Showing posts with label วีซ่าถาวร. Show all posts
Showing posts with label วีซ่าถาวร. Show all posts

Wednesday, January 13, 2010

CR2-2010 ปุ๊ก(เอ๋ย) Jan08 รับ Jan13,10 (US citizen applied) 003

เอ้าเร่เข้ามาค่ะท่านผู้ชม ประสบการณ์ร้อน แบบว่ายังอุ่นๆเลย
เริ่มต้นที่วันนี้ตี4ครึ่ง ปลุกลิงให้ตื่นแต่งตัว หลอกมันว่าจะพาไปเที่ยวเดี๋ยวบ่ายๆกลับบ้าน
เธอก็จัดแจงแปลงกายเป็นสาวน้อยน่ารักในชุดสีชมพูทันที แม่มันก็เสื้อสีชมพู
วันนี้ใครไปสัมภาษณ์เห็นไอ้แม่ลูกคู่สีชมพูนั่นแหล่ะใช่เลย ฮ่ะๆ


6.30 น.ไปถึงหน้าประตูสถานฑูต ยืนรอคร้าบพี่น้อง เดี๋ยวนี้ทางเข้าไฮโซน่าดู
ประตูเป็นกระจก (แต่ก่อนสังกะสีดีๆนี่เอง ฮ่ะๆ) รอแถวค่ะ มีไลน์กั้นเรียบร้อยไม่ให้แซงกัน


6.45 น.โดยประมาณ น้องเสื้อม่วงอ่อนเดินออกมาตรวจแถว เช็ครายชื่อ เดินเข้าทีละ 3 คน
เอาของไปฝาก โทรศัพท์ อุปกรณ์อิเลกโทรนิค ฝากให้หมด พร้อมบัตรประจำตัวที่ไม่ใช่บัตรประชาชน


6.50 น. ทะลุเข้าด้านใน งานนี้ไม่ต้องเดินไกลอ้อมสระเหมือนเมื่อก่อน เค้าตัดทางเดินปรู๊ดเดียวถึง

6.55 น. ไปเหล่ดูเคาน์เตอร์ 5 ไม่มีเจ้าหน้าที่สักคน ลูกสาวอิฉันร้องจะเข้าห้องนำ เอ้า....ลากกันไป

7.10 น. หลังจากเสร็จกิจในห้องน้ำ มาเข้าแถวยื่นเอกสาร ออกมาเห็นคนต่อคิวเพียบ ไปต่อกะเค้าด้วย
เอกสารที่ยื่นมีแค่เอกสารความสัมพันธ์ เป็นรูปแบบรวมมิตรอัด 8x10 ใบเดียว(แต่หลายรูปรวมๆกัน)
ใบปค.14ที่ไปขอมาใหม่ (อันนี้แหล่ะปัญหาที่ทำให้เคือง เดี๋ยวเล่าให้ฟัง) ผลตรวจร่างกาย
เค้าขอกรีนการ์ดไปด้วย ก็เอาให้ไป แล้วก็พาสปอร์ตเอ๋ย เอกสารอื่นๆยื่นไปหมดแล้ว


7.30 น. ยื่นเอกสารเสร็จ นั่งรอ น้องเอ๋ยทำพิษ ปวดปุ๊บอีกแล้ว ลำบากแม่มันหล่ะทีนี้ พาเข้าห้องน้ำ

8.00 น. หลังจากปล้ำกันอยู่นาน คุณหญิงแหกปากอยากกลับบ้านซะงั้น ไม่เอาแล้ววีซ่า
เพราะว่าเธอปวดท้อง (ปุ๊บไม่ออก) จะกลับบ้านท่าเดียว ก้เลยต้องลากกันเข้าห้องน้ำอีกรอบ


ระหว่างนี้เจอพี่ใจดีคนนึง มาสัมภาษณ์วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว เค้าบอกเข้าเลยค่ะ เดี๋ยวบอกเจ้าหน้าที่ให้
น่ารักที่สุด ไม่ได้ถามชื่อ แต่ขอบคุณมา ณ ทีนี้นะคะ แล้วก็แยกตัวพาเอ๋ยเข้าห้องน้ำ เฮ้อ.....กรรม


8.30 น. โดยประมาณ เจ้าหน้าที่เริ่มเรียกไปช่อง 13 แต่เราไม่ได้เรียก นั่งรอ

9.00 น. "เด็กหญิงอริศราหน้าแมว เคาน์เตอร์ 6 ค่ะ" ก็เดินไป ลากลิงไปด้วย

คุณแหม่มคนสวยก็ยื่นกระดาษมาให้ปุ๊กเซ็นต์ชื่อแทน ก็เขียนชื่อเอ๋ยแล้วก็ชื่อตัวเอง
หลังจากนั้นก็ให้ยกมือขวาสาบานว่าจะพูดความจริง จัดไปตอบเยสค่ะ

เริ่มคำถามแรก "คุณไปอยู่อเมริกามากี่ปี" อ้าว....ถามแม่ซะงั้นไม่ถามลูก
ตอบไป "เกือบปีค่ะ" ก็อยุ่แบบไปๆกลับๆอ่ะ ก็เกือบปี ไม่ครบดี

หลังจากนั้นคุณแหม่มไม่ถามอะไรเลย เริ่มร่ายยาวเรื่องใบปกครองบุตร
บอกว่าใบปค.14ที่เราขอมาใช้ไม่ได้ "ไม่รับจากDistrictนะคะ" ฮ่วย....เอาแล้วตรู งานเข้า
อิฉันด้วยวิญญาณลูกอีช่างเถียงเริ่มร่ายเลย "เขียนอีเมล์มาถาม เจ้าหน้าที่คุณก็ไม่ตอบ 2 อาทิตย์กว่า
ก็เลยก๊อปจากตัวอย่างของสถานฑูตไปขอจากอำเภอ ถ้าเอกสารนี้ใช้ไม่ได้ทำไมถึงเอาไปทำพาสปอร์ตได้หล่ะคะ"


คุณแหม่มคนสวยอึ้งไปพักนึง ไม่คิดว่านังนี่จะเถียง ช่างกล้า.....พูดไม่มีเว้นวรรคเลย
คุณแหม่มเลยบอก"ขออธิบายได้ไหม๊คะ" "เอกสารนี้ใช้ไม่ได้ ต้องให้พ่อเด็กมาเซ็นเท่านั้น"
ควันออกหูเลยทีนี้ หน้ามืด หูอื้อทันที "เป็น Single Mom ค่ะ ไม่ได้ติดต่อพ่อเด็กตั้งแต่ท้องได้ 5 เดือน
จนถึงตอนนี้ดูเอาค่ะ 3 ขวบกว่าแล้ว" วัดความสูงลุกสาวให้ดูด้วยว่าโตเป็นสาวแล้วนะยะ


คุณแหม่มอึ้งไปอีกรอบ แต่ยังยืนยัน "ต้องให้พ่อเด็กมาเซ็นค่ะ หรือไม่ต้องลงประกาศตามหาในหนังสือพิมพ์
แจ้งว่าเป็นบุคคลสูญหาย มีจดหมายพิสูจน์ว่าเราเคยตามหาจริง บลาๆๆๆ"
แม่ลิงเริ่มหูอื้อ อะไรจะขนาดนั้นฟระ ต้องตามหากันเลย เสียตังค์ประกาศหาพ่อมันอีก
ต้องเอาลูกตัวเองไปประจานในที่สาธารณะว่าหนูเป็นลูกไม่มีพ่อนะคะ แบบนี้ยอมบ่ได้
"ขออนุญาติคุยกับเจ้าหน้าที่คนไทยได้ไหม๊คะ" ได้ค่ะ คุณแหม่มจัดให้ 
ระหว่างนี้เธอยุกยิกอยู่ที่คอมพิวเตอร์ ปริ๊นซ์ใบ 221(G)ให้แล้ว แต่นังนี่ยังเถียงไม่เลิก ฮ่ะๆ


เจ้าหน้าที่คนไทยเดินมา พูดประโยคเดียวกันเด๊ะๆ จะพูดทำไมคะพี่ค๊า....น้องทราบแล้ว
ก็เลยบอกไปว่า"ดิฉันติดต่อทั้งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางแล้ว เค้าออกเอกสารนี้ให้ไม่ได้
(นังแม่ลิงควักอีเมล์ที่เขียนไปแจ้งสถานฑูตมาโชว์ว่าฉันแจ้งแล้วนะยะหล่อน)
แล้วก็เขียนมาถามอีก พวกคุณก็ไม่ตอบอีเมล์ ตอนนี้จะให้ไปตามหาพ่อเด็ก งั้นดิฉันขอถามหน่อย
ทำไมตอนยื่น K1 Visa ใบปค.14ตัวนั้นถึงใช้ได้ คุณไม่พอใจจะเอาแบบใหม่ดิฉันก็ไปขอให้
(ควักใบใหม่มาโชว์อีกรอบกลัวไม่เห็น) ตอนนี้จะให้ตามหาพ่อเด็กที่ไม่ได้ติดต่อกันเลย 4 ปี
แถมไม่ทราบว่าจะไปหาที่ไหน ไม่ทราบว่าตกลงคุณจะเอาเอกสารอะไรกันแน่คะ"


พี่คนสวยอึ้งกิมกี่ ไม่คิดว่าของเค้าแรงจริงๆขนาดนี้ (น่าสงสาร ขอโทษนะคะพี่ หนูเดือดไปหน่อย)
"คุณแหม่มจะเอาใบยินยอมจากพ่อเด็กค่ะ ถ้าคุณติดต่อพ่อเด็กไม่ได้ต้องมีหลักฐาน
พวกประกาศหนังสือพิมพ์และจดหมายมาแสดงว่าเคยตามหาจริง หรือหนังสือแจ้งความค่ะ"
โอ้แม่เจ้า......ยังยืนยันกระต่ายขาเดียวเหนียวแน่นมาก แถมไม่ช่วยอธิบายให้คุณแหม่มเข้าใจอีกต่างหาก
(ก็ไม่ได้ว่าหรอกนะ แต่แหม....ใจดำกะคนไทยด้วยกันไปหน่อยรึเปล่าคะพี่)


แล้วคุณแหม่มก็ยื่นตัวอย่างให้ดู พร้อมกับหนังสือมรณะ 221(G) แล้วชีก็เดินจากไปแบบไร้เยื่อไย
(คนใจร้าย ไม่อธิบายยังเดินหนีอีก) พี่คนสวยยังย้ำ "เอาเอกสารยื่นเพิ่มได้จันทร์กับพุธบ่ายโมงนะคะ"

จัดการขอบคุณค่ะแล้วเดินสะบัดตูดออกไปทันทีด้วยความเคือง (ขอโทษที่ไม่ได้ทักใครเลยนะคะ ยังเคืองอยู่)
เดินออกมาหน้ามืด หูอื้อ ตาลาย น้ำตาจะไหลแบบบอกไม่ถูก นี่ถ้ามันบกพร่องประเภทอื่นจะไม่เครียดเลย
แต่นี่เอกสารก็ครบทุกอย่าง ภาษีก็ครบ ความสัมพันธ์เยี่ยม ทุกอย่างดีหมด
แต่ผิดอย่างเดียว ผิดที่เป็น Single Mom ที่หยิ่งไปหน่อย ไม่ติดต่อพ่อเด็ก
ไม่รู้ว่าพ่อเด็กมันหายหัวไปไหน ไม่รู้จะไปตามหามันได้ที่ไหน เลยทำให้ต้องได้ 221(G) ในวันนี้


ออกมาถึงประตูหน้า หมดเวลาเสียใจ จัดการดำเนินการทันที โทรจิกๆๆๆๆๆๆ กัดๆๆๆๆๆๆๆ
ตามหามันไปหมดตั้งแต่ผู้กำกับยันรองสวป. โรงพักทุกที่ๆพ่อมันทำงานไม่ได้อยู่เป็นสุขเลยทีเดียว
นังนี่โทรกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ วันนี้ค่าโทรพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบประวัติการณ์ โทรจิกกัด อ้อนออด อ้อนวอน
ขู่เข็ญ บังคับ กว่าจะได้มาซึ่งข้อมูลว่าตอนนี้พ่อเธออยู่ไหน 
(เลือดตาแทบกระเด็น ด้วยความโกรธบวกความเครียด)

จัดการโทรจิกทันที ได้ทราบว่าพ่อเธอจะเข้าเวร สวป.วันนี้ 4 โมงเย็น (ตอนนั้น 10.30น.)
ไม่ทันๆ ไม่มีทางทัน จัดการนั่งรถไปสถานีตำรวจต้นเหตุทันที (ในสายยังออดอ้อนรองผู้กำกับต่อไป)
พอไปถึงก้เล่นวิทยายุทธขั้นสูง จนได้เจอตัวพ่อเธอ โอ้แม่เจ้า.....วันนรกมาถึงแล้ว
อย่ามาทวงลูกฉันนะ อย่าด่าฉันด้วย (แอบภาวนาในใจ) เริ่มเจรจาทันทีเรื่องลายเซ็นต์

ผิดคาดแหะ พี่แกร่วมมือแต่โดยดี แถมมีการบอกว่าจะคุยกับผู้ใหญ่ให้ (แหม....ร่วมมือเกินเหตุ)
ก็เลยจัดการลากกันไป ตอนแรกว่าจะให้ไปเจอที่สถานฑูต เข้าไปเซ็นต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุล
แต่เค้าดันไม่ให้เข้า นังแม่ลิงก็เลยมีอันต้องนั่งรถกลับมาอำเภอใกล้โรงพัก หัวก็คิดแผนสำรองทันที
เลยจัดการไปถามอำเภอ เซ็นต่อหน้าให้เจ้าหน้าที่รับรองได้ไหม๊ เจ้าหน้าที่บอกต้องมีถิ่นฐานที่นี่เท่านั้น
แอบเซ็ง.....อีกรอบ อะไรกันหนักหนาเนี่ย พ่อเธอมาจากนครสวรรค์ 
นี่ฉันต้องนั่งรถไปเหรอ จะทันเหรอฟระเนี่ย เลยโทรไปหาพ่อมัน(ด้วยความจำเป็น)
ถามว่าทะเบียบ้านอยู่ที่ไหน พี่แกบอกย้ายมาที่อำเภอนี้แล้ว
กรี๊ด......ดีใจปานถูกหวยรางวัลที่ 1 รีบบอกให้มาเซ็นที่อำเภอทันที 


หลังจากดำเนินการเสร็จ ได้เอกสารมาครอบครอง แอบนึกในใจ 
นี่เห็นจะเป็นอานิสงค์จากการสวดมนต์แผ่เมตตาที่ปุ๊กและเอ๋ยร่วมกันทำ(แบบลุ่มๆดอนๆ)ทุกวัน
ทำให้อุปสรรคที่ควรจะเยอะแยะกลับง่ายกว่าที่คิด วันเดียวได้เอกสารที่ต้องการมาครอง
วันจันทร์นี้พร้อมรบ เอ๊ย....ไม่ใช่ พร้อมส่งเอกสารเพิ่ม แล้วดูสิคราวนี้พี่ Em จะมาไม้ไหนอีก
เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะพี่ๆน้องๆ แม่ลิงและลุกลิงยังต้องผจญภัยอีกค่ะ


-----------------------------------------------------

เข้ามาอัพเดตการยื่นเอกสารเพิ่ม วันนี้เดินทางไปถึงสถานฑูตเวลา 12.00 น.
ก็กะว่ามันติดเที่ยงพอดีเลย เราก็เลยนิ่งนอนใจไปเดินเล่น กลับมาอีกที 12.30 น.
เจอพี่ๆเพื่อนๆร่วมชะตากรรมอีกหลายคน (ลุงเติ้ลก็ไปกะเค้าด้วย)
พากันเดินไปเข้าแถว รับบัตรคิว แล้วก็รอน้องเสื้อม่วงมาเปิดประตูค่ะ
พอเค้าให้เดินผ่านเข้ามาคิวที่ได้ก็เรียกส่งเอกสารที่ช่อง 4 พอดีเลย ก็ลากลิงเข้าไป 
เอาเอกสารส่งเจ้าหน้าที่ (มีการแอบงงเล็กน้อย เพราะพ่อเธอเปลี่ยนชื่อนามสกุลและย้ายบ้าน)
แล้วก็ไปนั่งรอชะตากรรมตัวเอง ขอบอกว่าไม่มั่นใจเลยว่าคุณแหม่มจะเฮี้ยนอยากได้เอกสารอื่นๆอีกรึเปล่า
ก็นั่งรอไปปวดกบาลไป เพราะเอ๋ยมันซนมั่กๆ (ไม่เชื่อไปถามลุงเติ้ลได้ ซนจนปวดหัวเลยอ่ะ)
ตั้งแต่เวลา 13.00 น. จนถึงเวลาบ่ายสามกว่าๆก็มีเจ้าหน้าที่สาว(อีกคน)มาเรียกชื่อน้องเอ๋ย
แล้วเราก็เดินเข้าไปเอาใบนัดรับวีซ่า ไม่มีการสัมภาษณ์เพิ่มเติมใดๆทั้งสิ้น
แอบสงสัยทำไมคุณแหม่มเรียกคนอื่นสัมภาษณ์ไม่เรียกเรา เอ๊ะ.....หรือว่ากลัวเรากัด ฮ่ะๆ
แต่ก็ดีแล้ว ไม่งั้นถ้าเธอเรียกเดี๋ยวเรื่องยาว เพราะตั้งใจว่าจะถามเลยว่าทำไมขอเอกสารขัดแย้งกันเอง
(ยังแค้นฝังหุ่นไม่หายนะเนี่ยเรา นิสัยไม่ดีมากๆ ฮ่ะๆ) แต่ดันไม่เรียกก็เลยอดไป
แต่ยังไงก็ดีใจไม่ต้องเลื่อนตั๋วแล้ว ได้เดินทางตามกำหนดค่ะวันที่ 16 Jan 10
สาวๆซานดิเอโก้และใกล้เคียงเตรียมตัวปาร์ตี้รับลูกลิงนะคะ เดี๋ยวสถานที่จะแจ้งอีกทีค่ะ

สุดท้ายนี้ขอบคุณน้องแอน , พี่ติ๊ก........ฝ่ายประสบการณ์และเอกสาร ขอบคุณมากค่า
พี่กุ้ง......ตัวอย่างของเจ๊ด้วย ไม่นึกว่าจะได้ใช้ สุดท้ายก็ได้ไปขอจริงๆ ขอบคุณค่า
เจ๊นัท , อ้อม , ปุ้ม , หมู่เฮาชาวซานดิเอโก้.......กำลังใจหนาแน่นปึ๊กๆ ขอบคุณค่า
พี่ต้า , ลุงเติ้ล......เพื่อนร่วมทางที่สู้ไม่มีถอย เราอยู่ข้างกันเสมอ สู้ๆนะ
และกำลังใจสำคัญจากเพื่อนๆพี่ๆในบ้านยูเอสทุกคน ขอบคุณมากมายอีกครั้งค่ะ
ไม่มีบ้านหลังนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปปรับทุกข์กับใคร เพราะว่าเวลาเครียดก็ได้พวกเรานี่แหล่ะช่วยเหลือ

สุดท้ายนี้ขอปิดประสบการณ์กรีนการ์ดของเอ๋ยแต่เพียงเท่านี้ค่ะ
แต่สำหรับใครที่อยากทำเรื่องแบบนี้เหมือนกันปุ๊กยินดีรับใช้นะคะ
หน้าไมค์หลังไมค์ได้หมด ยินดีรับใช้ตลอด 24 ชม.ค่ะ
ร๊าก......ทุกคนเหมือนเดิมค่า

CR2-2010 ปุ๊ก(เอ๋ย) Jan08 รับ Jan13,10 (US citizen applied) 002


มาแล้วจ้า สดๆร้อนๆเมื่อสัก 2 ชม.ที่ผ่านมานี่เองค่ะ ทาง NVC ส่ง DS3032 form , AOS Fee Bill มาให้
ขั้นตอนนี้คือหลังจากที่เคสเราอนุมัติแล้ว ทาง USCIS จะส่งเคสเราไปที่ NVC 
หลังจากนั้น NVC ทำการออกหมายเลขเคสมาให้ ประเทศไทยก็จะขึ้นต้นด้วย BNKxxxxxxxxxx
ทีนี้ก็เล่นเกมส์รอกันค่ะ ใครร้อนใจก็จัดการโทรไปหาเจ้าหน้าที่ได้ แต่ปุ๊กคิดว่าเรายังมีเวลาเลยไม่รีบรอจดหมายเอา
(เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องโทรไปขอหมายเลข IIN เพื่อมาล็อกอินจ่ายตังค์ เพราะเค้าส่งมาในจดหมายแล้ว)


วันนี้ทาง NVC เมล์มาให้สองฉบับเลยค่ะ อันนึงของพี่พอลคือ AOS Fee Bill ส่วนอีกอันของเอ๋ยเป็น DS3032 Form


ของพี่พอลมีหน้าที่จ่ายตังค์ $70 ก็จัดการจ่ายออนไลน์กันไป ใช้หมายเลข IIN ที่เจ้าหน้าที่เค้าให้มาล็อกอินเข้าไปจ่าย 
รออีกสองวันเข้าไปปริ๊นซ์ใบปะหน้ามาเพื่อรอส่งกลับพร้อม I-864 (ก็คือเอกสาร Support นั่นเอง)


ส่วนของน้องเอ๋ยคือ DS3032 Form เป็นฟอร์มเลือกคนรับจดหมายต่างๆค่ะ ปุ๊กใส่ชื่อพี่พอลไป แล้วจัดการเซ็นแทนเธอแล้วส่งเลยทางอีเมล์
(พรุ่งนี้เช้าให้พี่พอลส่ง Fedexต้นฉบับไปอีก กันเหนียว) เนื่องจากเธออายุเพิ่ง 3 ขวบ ยังเขียนหนังสือไม่ได้ 
แม่มันเลยจัดการซ๊า.....(ถามเจ้าหน้าที่แล้ว เค้าว่าได้ค่ะไม่มีปัญหา)


------------------------------------------------------------------------------



อัพเดตค่ะ ตอนนี้( 2 วันนับจากจ่ายตังค์ ) หน้าจอโชว์ Paid ในส่วนของ AOS Fee Bill เป็นที่เรียบร้อย
เราก็ทำการปริ๊นซ์รายละเอียดหน้านั้นออกมา เพื่อจะใช้เป็นใบปะหน้าของ I-864 ส่งให้ NVC
ปุ๊กกับพี่พอลเตรียมเอกสารรอแล้วค่ะ พรุ่งนี้พร้อมส่งตรงเข้า NVC เพื่อดำเนินการต่อ ตอนนี้ก็รอแค่ DS3032 เข้าระบบ
แล้วก็จะได้ทำการจ่ายตังค์ $400 เป็นค่า IV Bill ต่อไป สู้ๆ......


--------------------------------------------------------------------------------------------


4 Nov 09 
วันนี้มีเมล์มาที่เมล์ของปุ๊กและพี่พอล แจ้งเรื่องการจ่ายค่าธรรมเนียม $400 ที่เรารอคอย จริงๆตัวบิลออกตั้งแต่เมื่อวานนี้
แต่เพื่อความชัวร์ของเราเลยรอเมล์ก่อน ดังนั้นเมื่อเมล์มาก็เข้าไปล็อกอินหน้าเดิม จ่ายเงิน ตอนนี้รอหน้าจอโชว์ Paid แล้วก็ทำการปริ๊นซ์บาร์โค้ดส่งพร้อมฟอร์ม DS230


----------------------------------------------------------------

9 NOV 09

วันนี้เช็ค IV Fee Bill หน้าจอขึ้น Paid แล้วก็จัดารเตรียมเอกสารส่งเลยค่ะ(จริงๆเตรียมก่อนแล้วหล่ะ รอแค่บาร์โค้ด)
เอกสารส่วนของ DS230 มีดังนี้นะคะ
1. Barcode Cover Sheet ปริ๊นซ์ออกมาจากเวบของ NVC 
2. Cover Letter อันนี้ก๊อปมาจาก VJ
3. รูปถ่ายติดพาสปอร์ตของเอ๋ย ขนาด 2X2 จำนวน 2 ใบ
4. DS 230 Part I&II (เซ็นฟอร์มเฉพาะส่วนที่ I ที่เหลือรอเซ็นตอนสัมภาษณ์ค่ะ)
5. Copy of น้องเอ๋ย Passport
6. ใบเกิดตัวจริงของเอ๋ย
7. ปค.14 ตัวจริง
8. Copy of พี่พอล Passport
9. Certified Copy of ทะเบียนสมรสปุ๊กกับพี่พอล

เอกสารอื่นๆส่งไปหมดตั้งแต่ตอนแรกแล้วค่ะ ตอนนี้รอแค่เค้าเช็คเอกสารเรียบร้อยก็รอเคส Complete
ไว้จะมาส่งข่าวเมื่อได้วันสัมภาษณ์นะคะ[/color

---------------------------------------------------------------


มาแล้วค่ะประสบการณ์ตรวจร่างกายลูกลิง
เริ่มกันที่ลงทะเบียน สังเกตอาการค่ะ ยังร่าเริงอยู่เพราะยังไม่เจอคุณหมอ

Image

เอกสารที่ใฃ้ลงทะเบียนมีดังนี้ค่ะ
1.พาสปอร์ตน้องเอ๋ย
2.รูปถ่าย 1.5-2 นิ้ว 1 รูป
3.สมุดวัคซีนที่ฉีดมาตั้งแต่แรกเกิด
เอกสารที่ใช้มีแค่นั้น ปุ๊กจัดการเซ็นชื่อแทนเลยเพราะว่าเอ๋ยเขียนหนังสือยังไม่ได้
แล้วก็ขึ้นมานั่งรอคุณหมอวัชรพงษ์ที่หน้าเคาน์เตอร์ C ค่ะ เพลิดเพลินมาก สังเกต
มันยึดเอาโทรศัพท์แม่ไปดูการ์ตูนเฉยเลย ไอ้เด็กคนนี้นี่

Image

หลังจากนั้นก็เข้าไปตรวจ น้องเอ๋ยเพิ่งจะสามขวบจึงไม่ต้องผ่านกระบวนการเอ็กซเรย์และเจาะเลือด
เจ้าเอ๋ยได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้ว เข็มสุดท้ายคุณหมอประจำที่โรงพยาบาลนัดเดือนหน้า
วันนี้คุณหมอวัชรพงษ์เลยจัดการเซ็นชื่อและลอกรายละเอียดวัคซีนลงในฟอร์มอย่างเดียว
หมดค่าเซ็นชื่อและวัดความดันไปทั้งหมด 1050 บาทค่ะ 
หลังจากจบการตรวจก็ได้ซองสีน้ำตาลมาซองเดียว ไม่มีฟิล์มเอ็กซเรย์ สบายไป ไม่ต้องหอบ
เอาใส่กระเป๋าแล้วก็พากันไปให้รางวัลคนเก่ง ฮ่ะๆ หมดตัวกับค่าของเล่น McDonald's เนี่ยแหล่ะ

Image

แล้วก็เดินทางกลับบ้าน พากันนั่งรถไฟฟ้าจากสถานีนานามาลงที่อนุสาวรีย์

Image

แล้วก็มาเดินช้อปปิ้งกันสองคนแม่ลูกที่ฟิวเจอร์ค่ะ เป็นอันจบประสบการณ์ตรวจร่างกาย สั้นง่ายและดีจริงๆ อิอิ

CR2-2010 ปุ๊ก(เอ๋ย) Jan08 รับ Jan13,10 (US citizen applied) 001


CR2-2010 ปุ๊ก(เอ๋ย) Jan08 รับ Jan13,10 (US citizen applied) 

สวัสดีครับพี่น้อง มาแล้วๆ ไหนๆก็จะส่งเรื่องให้เอ๋ยแล้ว ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าอาจจะยังมีเพื่อนๆอีกหลายคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบปุ๊ก
วันนี้เลยจะเอาขั้นตอนการส่งเอกสารเพื่อยื่นขอกรีนการ์ดให้เจ้าเอ๋ยมาฝาก ปุ๊กเดินทางเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าคู่หมั้นนะคะ
ตอนนี้แต่งงานแล้วและได้กรีนการ์ดเป็นที่เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปเป็นการพาลิงมาโกอินเตอร์ มีวิธีง่ายๆดังนี้


ขั้นตอนที่ 1
เตรียมเอกสารจำเป็นที่เป็นภาษาไทยทั้งหมด ทำการแปลและรับรองเอกสาร
เนื่องจากว่าปุ๊กงก เอ๊ย....ไม่ใช่ ปุ๊กไม่ได้อยู่เมืองไทยอ่ะนะคะ ก็เลยอาศัยความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านเล็กน้อย
ขอบคุณน้องแอน.....สำหรับต้นฉบับตัวแปลทะเบียนบ้าน และข้อมูลต่างๆจ้า
ขอบคุณน้องอ้อม.....สำหรับการตรวจทาน แก้ไขฉบับแปลเฟอะฟะของพี่ปุ๊ก
ขอบคุณเจ๊กุ้ง....สำหรับตัวอย่างใบเกิดและตัวแปลของเจ้ากันต์
ขอบคุณพี่ติ๊ก.....สำหรับข้อมูลดีๆและที่พึ่งในการหารายละเอียดเรื่องกรีนการ์ด


เอกสารที่แปลมีดังนี้ค่ะ
1. สูติบัตรน้องเอ๋ย 
2. ทะเบียนบ้านปุ๊กและน้องเอ๋ย
3. ใบปค.14 (ใช้เฉพาะใบสรุปที่เค้าอ้างอิงกฎหมายมาตราที่ 1546)


**เสริมนิดนึงค่ะ เนื่องจากแต่ละสำนักงานเขตเขียนไม่เหมือนกัน การแปลตัวนี้อาจจะไม่เหมือนกันนะคะ**
เพื่อนๆพี่ๆคนไหนที่จะไปขอเอกสาร ปค.14 ที่อำเภอ ปุ๊กแนะนำให้ก๊อปปี้ตัวอย่างจาที่สถานฑูตให้มา หรือว่าในเวบกงสุลไปด้วย
เค้าจะได้พิมพ์ออกมาเหมือนกัน เวลาเอามาแปลจะได้ไม่งง สับสน และกินเวลานานเหมือนปุ๊กค่ะ
และสำหรับคนที่เคยมีการเปลี่ยนชื่อ แนะนำให้แปลด้วยนะคะ ว่าง่ายๆเอกสารอะไรที่เกี่ยวพันกะเราแปลให้หมดเลยค่ะ


เพิ่มเติมเรื่องเอกสารการปกครองบุตร แม้ว่าเราจะขอมาแล้วก็จริงแต่เดี๋ยวนี้สถานฑูตเรื่องมากค่ะ
ใครที่สามารถติดต่อพ่อเด็กได้ กรุณาไปทำเอกสารเพิ่มที่เรียกว่า "ใบยินยอมออกนอกประเทศ" มากันไว้ก่อน
เอกสารตัวนี้ต้องมีข้อความที่ว่า"ข้าพเจ้ายินยอมให้บุตรเดินทางย้ายถิ่นฐานไปอยู่สหรัฐอเมริกาเป็นการถาวรโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น"
ระบุไว้ด้วย แต่ถ้าหากหาเอกสารอันนี้ไม่ได้เนื่องจากหาพ่อเด็กไม่เจอ จำเป็นต้องลงประกาศหนังสือพิมพ์ตามหา แจ้งคนหาย ฯลฯ
เพื่อแสดงว่าเราได้มีการใช้ความพยายามติดต่อพ่อเด็กแล้วจริงๆ แล้วเก็บหลักฐานเหล่านั้นมาใช้แทนใบยินยอมออกนอกประเทศได้ค่ะ
ทำไว้แต่เนิ่นๆ เพราะเวลาที่เราไปสัมภาษณ์จะได้ไม่ติดเรื่องเอกสารตัวนี้นะคะ

อีกกรณีนึงคือคนที่เคยแต่งงานจดทะเบียน แม้ว่าจะมีสลักหลังจากใบหย่าแต่เพื่อความชัวร์
แนะนำให้ไปยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อขออำนาจศาลสั่งในการเป็นผู้ปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียวนะคะ
ระยะเวลาเท่าที่สอบถามมาประมาณ 3 - 6 เดือน อันนี้แล้วแต่ว่าท่านว่างมาพิจารณาให้เราเมื่อไหร่
แต่ถ้าเพิ่งจะเริ่มยื่นเรื่องก็อยากให้ไปทำเผื่อเอาไว้ เพราะจะได้ไม่ต้องไปตามหาพ่อเด็ก
เพราะสถานฑูตเคยตอบเมล์ปุ๊กมาว่าถ้าไม่มีใบยินยอมจากพ่อเด็กก็ต้องมีใบคำสั่งจากศาล สามารถใช้แทนกันได้ค่ะ


ขั้นตอนที่ 2
จัดการกรอกเอกสารและจัดเรียงตามนี้ค่ะ
1. I-130
2. G-325A ของพี่พอลและของน้องเอ๋ย
 (ที่ให้พี่พอลยื่นให้เพราะว่ามันจะเร็วกว่าค่ะ ถ้าปุ๊กยื่นเองคงจะสามชาติได้ ฮ่ะๆ)
3. Copyใบสัญชาติ / Copy of Passport พี่พอล (พี่พอลไม่ได้เกิดที่นี่ค่ะ แต่ถ้าแฟนใครเกิดที่นี่แนบใบเกิดนะคะ)
4. Copy of Passport ปุ๊กและน้องเอ๋ย
5. Copy & Translation of ทะเบียนบ้านปุ๊กและน้องเอ๋ย
 
(เจ้าแอนบอกมาว่าถ้าเค้ามีอันนี้เคสจะไว เพราะว่าไม่ต้องเสียเวลาไปพิสูจน์ว่าเรากะลูกอยู่ด้วยกันที่เมืองไทยจริง)
6. Copy & Translation of สูติบัตรน้องเอ๋ย
7. Copy & Translation of ปค.14
 
(เอกสารตัวนี้สำคัญ ถ้าใครได้ลูกจากการหย่า แปลตรงที่เค้าบอกว่ายกบุตรให้อยู่ในความปกครองของมารดาอ่ะค่ะ)
8. Married Cer.
เอาตัวก๊อปปี้ส่งไปนะคะ
9. Proof of Relationship ปุ๊กเอารูปที่เราถ่ายเป็นครอบครัวและรูปที่พี่พอลถ่ายกะเอ๋ยจัดใส่กระดาษเอ4แล้วปริ๊นซ์
(อันนี้ไม่รู้เค้าใส่ไปกันป่าว แต่เราอยากจะโชว์เค้าไงว่าแฟนเรากะลูกเรารักกันมาก ถ้าเคสช้าเนี่ยพรากพ่อแม่ลูก บาปนะเฟ้ย...ฮ่ะๆ)
10. Copy of Greencard ของปุ๊กค่ะ เอาไปเผื่อกันเหนียว เค้าจะได้ไม่ขอเอกสารเพิ่ม ฮ่ะๆ

อย่าลืมแนบเช็คค่าธรรมเนียมไปด้วย $355 นะคะ เคล็ดลับคือใช้เช็คของบัญชีร่วมที่มีชื่อเราและแฟน
จะได้เป็นการย้ำให้เห็นแน่นๆเลยว่าเราเป็นครอบครัวจริงๆ ไม่ได้แอบอ้าง

หลังจากนั้นก็เตรียมตัวส่งเอกสารได้เลยค่ะ


-------------------------------------------------------------------------


ขออนุญาตแปะ Timeline เลยนะคะ เดี๋ยวจะมาอัพเรื่อยๆระหว่างขั้นตอน

I-130 For Aery
15 Jul 09 = Send I-130 to Chicaco, IL
17 Jul 09 = Package arrive IL wait for Monday
18 Jul 09 = Package delivered (Track Package)
19 Jul 09 = Received Date on NOA1
22 Jul 09 = Check Cashed & NOA1 Issue
24 Jul 09 = Case was Touch
27 Jul 09 = Received NOA1 Hard Copy
02 Aug 09 = Touch again!!!
01 Oct 09 = Touch again!!! (Wish me luck) 
01 Oct 09 = Approval!!!! ( Case status update on USCIS website and txt to my Phone)
05 Oct 09 = Receive NOA2 hard copy
14 Oct 09 = Got Case Number
19 Oct 09 = Got AOS Fee Bill & DS3032 Form via E-mail / Pay for AOS & Send DS3032 back by e-mail
20 Oct 09 = Send DS3032 via Regular mail
21 Oct 09 = AOS Fee Bill show PAID!!!!
22 Oct 09 = Send I-864 by Fedex
26 Oct 09 = NVC got I-864 in system
28 Oct 09 = NVC got DS3032 in system
03 Nov 09 = IV Bill Generated on website wait for e-mail to pay
04 Nov 09 = Got an e-mail to pay for IV Bill / Pay Online
09 Nov 09 = IV Fee Bill show PAID!!!!&Send DS230 Packet
10 Nov 09 = DS 230 Arrive @ NVC
13 Nov 09 = DS230 in system 
24 Nov 09 = Log in failed!!!!!!
25 Nov 09 = Case was complete!!!
02 Dec 09 = Got e-mail about interview appointment
08 Jan 10 = Interview DateGot 221(G)
11 Jan 10 = Return Document to Embassy!!!
13 Jan 10 = Got Visa!!!
16 Jan 10 = Arrived LAX.

Sunday, June 25, 2006

Immigrant-2006 Son & Daughter Green card ของผม


Immigrant-2006 Son & Daughter Green card ของผม Sun Jun 25, 2006 1:54 pm

มาแล้วคร้าบบบบ ขอโทษที่อาจจะมา post ช้าไปหลายวัน คือพอดีพึ่งเปลี่ยน Notebook ใหม่ keyboard มันก็เลยไม่มีภาษาไทย (พิมพ์ลำบาก) เมื่อวานนี้ไปซื้อ Sticker มาแปะ ตอนนี้ก็พิมพ์ได้พริ้วเหมือนเดิมแล้วครับ อะ มาเข้าเรื่อง

คุณแม่ผมเข้า USA ด้วย Green card เมื่อประมาณ 9 ปีก่อน จากนั้นเค้าก็ทำงานๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนต่อมาเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน เค้าก็ไปสอบเป็น Citizen พอได้เป็น Citizen แล้วซักพักนึง เพื่อนๆคุณแม่เค้าก็แนะนำว่า "เออนี่ เป็น Citizen ทำไมไม่ทำเรื่องเอาลูกมาอยู่ที่นี่ด้วยกันล่ะ?" คุณแม่ก็เอาเลยครับ ไปจ้างทนายให้ทำเรื่องให้ (ซึ่งจริงๆเค้าว่ากันว่าไม่ต้องใช้ทนายก็ค่าเท่ากัน แต่คุณแม่ผมประเภทแบบเสียเงินไม่ว่า ชั้นจะเอาลูกชั้นมาให้ได้ กลัวไม่ชัวร์ อะไรประมาณเนี้ยครับ) ตอนนั้นที่ทำเรื่องไป Passport ของผมยังเป็นเล่มเก่าอยู่ (ใช้มาตั้งแต่เด็ก) ซึ่งตอนนั้นชื่อภาษาอังกฤษสะกด PHAHON ต่อมา Passport หมดอายุ 1-2 ปีผมก็ไปทำเล่มใหม่ ทีนี้ด้วยความเปรี้ยว PHAHON มันดูไม่ work เลยใช้ PAHOL (ซึ่งตอนนี้คิดๆดูน่าจะใช้ PAHON มากกว่า) Passport เล่มใหม่ของผมเลยเป็นชื่อ PAHOL

เวลาผ่านไปตั้งแต่เริ่มทำเรื่อง(ประมาณ 3-4 ปี) ก็มีจดหมายมาที่บ้าน ข้างในเป็น Form DS230-I ทนายส่งมาให้กรอกเสร็จแล้วให้ส่งกลับไปที่ USA ผมก็กรอกๆๆๆ ไป เสร็จแล้วก็ส่งคืน ต่อมาอีกประมาณ 5-6 เดือน จดหมายมาอีกแล้วครับ ทีนี้มาจากสถานฑูตอเมริกัน มีเอกสารมาปึกนึง เนื้อความประมาณว่า ให้ไปสัมภาษณ์ Green card ที่สถานฑูตวันที่ XX เดือน XX โดยเตรียมเอกสารดังนี้ไปด้วยในวันสัมภาษณ์

1. จดหมายฉบับนี้
2. Form DS230-II ที่กรอกเรียบร้อย
3. ใบเกิด
4. ใบรับรองจากตำรวจ
5. ใบตรวจร่างกายจากโรงพยาบาล (กำหนดชื่อหมอกับโรงพยาบาลอีกต่างหาก)
6. Passport
7. รูปถ่ายสีขนาด 2x2 จำนวน 2 ใบ

** ตอนกรอกใน Form DS203-II ช่อง First name ใส่ไปว่า PAHOL ส่วนช่อง Other names used ใส่ว่า PHAHON ครับ เค้าจะได้รู้ว่าคนเดียวกัน

ใบรับรองจากตำรวจ
ไปที่กรมตำรวจ (ปัจจุบันคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) อยู่แถวสยามอะครับ หาไม่ยาก เอาพวกสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน passport ไปด้วย (ผู้ชายก็เอา สด.9 ไปด้วย) เข้าไปเลยครับอาคารเท่าไหร่จำไมได้ แต่ในจดหมายจะมีบอก ไปที่ชั้น 1 จะมีเจ้าหน้าที่คอยท่าอยู่แล้วครับ (ถ้าไปผิดตึก เค้าจะให้ขึ้นไปชั้น 10 กว่าๆ ซึ่งอันนั้นไม่ใช่ที่เราต้องการขอครับ) เจ้าหน้าที่จะให้ใบมากรอก กรอกเสร็จก็จะโดนจับพิมพ์ลายนิ้วมือ เสร็จแล้วก็ไปอีกห้องเพื่อ*ถ่ายรูป* ทีนี้ก็ไปรับใบนัด ว่าจะไปรับเอกสารได้เมื่อไหร่ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ครับ

* ขอบ่นตอนถ่ายรูปนิดนึง ตอนผมไปถ่ายรูปมีผู้หญิง 2 คน เป็นนักศึกษา (ผมก็นักศึกษา)
เจ้าหน้าที่ : เอ้านั่ง
เจ้าหน้าที่กดคอมเพื่อถ่ายรูป
เจ้าหน้าที่ : เอ้าเสร็จแล้วไปได้
ผม : ขอบคุณครับ

ทีนี้ตาผู้หญิง
เจ้าหน้าที่ : นั่งเลยจ้ะหนู
เจ้าหน้าที่ : จะเอาแบบธรรมดาหรือหน้ายิ้ม? ยิ้มดีกว่าเนอะรูปจะได้สวยๆ
เจ้าหน้าที่กดคอมถ่ายรูป
เจ้าหน้าที่ : เอ้ามาดูซิ ใช้ได้มั๊ย ไม่ชอบเดี๋ยวให้ถ่ายใหม่

ดูมัน.......... ทีเรานะ 1-2-3 ไปได้ เซ็งมาก

ใบตรวจร่างกาย
ในจดหมายระบุว่าให้ไปโรงพยาบาล XXXX ก็ไปตามนั้นเลยครับ ถ้าสามารถหาใบประวัติการฉีดวัคซีนได้ให้เอาไปด้วยนะครับ สำคัญ ไม่งั้นจะเจอจับฉีดยาอีก 2 เข็ม ไปถึงโรงพยาบาลบอกเค้าเลยครับว่ามาตรวจร่างกายเพื่อขอวีซ่า USA เค้ารู้กันอยู่แล้วครับ ทำตามเจ้าหน้าที่บอกง่ายๆ (แต่เจ็บตัว) สิ่งที่ต้องทำ
1. โดนเจาะเลือดไปตรวจ
2. X-ray
3. วัดสายตา
4. ฉีดวัคซีน (ถ้าไม่มีประวัติการฉีดวัคซีนไป)
ค่าใช้จ่ายประมาณ 2xxx บาท ครับ

การแปลเอกสาร
แปลที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าเอาชัวร์ก็ไปแถวๆรถไฟฟ้าเพลินจิตอะครับ ร้านไหนก็ได้ลองดูๆ ราคาค่าแปลอย่าให้เกิน 300 บาท (บางร้าน 250) สอบถามราคาดูก่อนก็ได้ครับ

** บางร้านจะบอกว่าต้องเอาเอกสารไปปั๊มที่กระทรวงต่างประเทศ ขอย้ำว่า "ไม่ต้อง" เสียเงินเปล่าๆครับ แค่ให้ร้านแปลแล้วประทับตราร้าน.... จบ

วันสัมภาษณ์
ไปสถานฑูตตามเวลาที่กำหนด (ก่อนเวลาไม่ว่า แต่อย่า late) ไปถึงเดินดุ่ยๆเข้าไปเลยครับไม่ต้องสนใจใคร เข้าไปหน้าต่าง 5 ถ้ามีเจ้าหน้าที่อยู่ก็ยื่นเอกสารเลย แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ก็คอยที่หน้าต่างเดี๋ยวเค้าก็มาครับ เค้าจะเอาไปเท่าที่เค้าต้องการ อันไหนไม่ใช้จะคืนมาให้ เสร็จแล้วก็นั่งรอเรียกชื่อครับ (ระยะเวลาในการรอ 1-3 ชั่วโมง) เอาหนังสือไปอ่านเล่นก็ดีครับ จะได้ไม่เบื่อ แนะนำให้กินข้าวเช้าก่อนเข้าไปด้วย ไม่งั้นจะหิวมากกกกกกกกกกกกกก

พอเค้าเรียกชื่อเราก็ไปเลยครับ
ตอนผมสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ (ฝรั่ง) พยายามจะถามว่าแม่ผมไปอยู่ที่นู่นนานเท่าไหร่แล้ว แต่เจ๊เธอไม่สามารถสื่อสารให้รู้เรื่องได้ ผมเลยบอกเค้าไปว่า สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษก็ได้ครับ อาจจะง่ายกว่า ที่เค้าถามก็มี
เจ้าหน้าที่ : คุณแม่เป็น US citizen หรือคะ?
ผม : ใช่ครับ
เจ้าหน้าที่ : คุณแม่อยู่ที่นู่นนานเท่าไหร่คะ?
ผม : ประมาณ 9-10 ปี ครับ
เจ้าหน้าที่ : แล้วทำไมตั้งนานเค้าพึ่งจะทำเรื่องให้คุณตอนนี้ล่ะคะ
อ้าวเวร นานบ้าไรเจ๊ กว่าคุณแม่จะได้สอบ citizen กว่าจะเดินเรื่องเสร็จ กว่าจะได้สัมภาษณ์ ไม่ได้เร็วเหมือนต้มมาม่านะครับ
ผม : คือ.... แม่เค้าไม่ค่อยรู้กฏหมายครับ พอรู้ว่าสามารถขอ Green card ให้ได้ เค้าก็ทำเลย
เจ้าหน้าที่ : หรือคะ? แล้วแม่คุณแต่งงานใหม่รึเปล่าคะ?
ผม : แต่งครับ
เจ้าหน้าที่ : แล้วมีใบทะเบียนสมรสมั๊ยคะ?
ผม : ไม่ได้เอามาครับ
เจ้าหน้าที่ : แล้วใบหย่าระหว่างพ่อกับแม่ของคุณล่ะคะ?
ผม : ไม่ได้เอามาครับ
เจ้าหน้าที่ : OK.... ถ้างั้นคุณไปเอาเอกสาร 2 อย่างนี้มานะคะ
เจ้าหน้าที่เขียนอะไรขยุกขยิกแล้วก็ยื่นเอกสารมาให้ชุดนึง
เจ้าหน้าที่ : นำเอกสาร 2 อันนั้นมา พร้อมกับ passport แล้วก็เอกสารนี้นะคะ จะนำมาวันไหนก็ได้ค่ะ จันทร์ พุธ ศุกร์ เวลา 13.00-15.00น.
ผม : แล้วต้องแปลมาด้วยมั๊ยครับ?
เจ้าหน้าที่ : แปลมาก็ดีค่ะ จะได้ง่ายสำหรับเรา
จ้าๆ แปลก็แปล

สรุปแล้วไปสัมภาษณ์วันแรกก็ต้องกลับบ้านก่อน กลับถึงบ้านผมก็โทรหาคุณแม่ที่ USA บอกว่าเค้าอยากดูใบหย่า กับ ทะเบียนสมรส วันรุ่งขึ้น คุณแม่ก็ไปส่งจดหมายครับ ใช้เวลา 4-5 วัน มาถึงเมืองไทย (แม่ไม่ใช้ fedX เพราะรู้จักแต่ post office -.-' )

ไปสถานฑูต รอบ 2
ไปหน้าสถานฑูต เอาเอกสารให้เค้าดูครับ เค้าจะให้บัตรคิวมา รับไปแล้วเข้าไปนั่งรอที่ห้องโถงข้างใน (รอนานเช่นเคย อย่าลืมเอาอะไรไปด้วยแก้เบื่อ) เค้าก็จะเรียกตามบัตรคิว เอาเอกสารไปยื่นแล้วก็นั่งรออีกตามเคย รอไปเรื่อยๆครับ ทำได้อย่างเดียว ทีนี้เค้าจะเรียกชื่อแล้วก็ให้ใบรับวีซ่ามา ในนั้นจะเขียน (ด้วยลายมือชุ่ยๆ) ว่าให้มารับวีซ่าวันที่ XX เวลา บ่าย 3 (รอบนี้ไม่ต้องสัมภาษณ์แล้ว ดีจัง)

ไปสถานฑูตรอบ 3
ไปไม่ต้องเร็วครับ กะเวลาให้ไปถึงประมาณ บ่าย 3 พอดี หรือบ่าย 2 50 ก็ตามสะดวก แต่ขอเตือนว่ายิ่งไปเร็วยิ่งรอนานครับ (ไปแถวๆบ่าย 3 ดีที่สุด) นั่งรอแป๊บนึง จะมีเจ้าหน้าที่มาเรียกครับ บอกว่าคนไทยที่มารับวีซ่าถาวรให้ไปที่ห้องโถงเล็ก (ห้องที่เป็นที่ทำการของ US citizen) อยู่ทางซ้าย เข้าไปนั่งรอเลยครับ เจ้าหน้าที่จะมาพร้อมกับวีซ่าของพวกเรา *ระวัง* เจ้าหน้าที่ค่อนข้างจะเฮี้ยบ นั่งฟังเฉยๆดีที่สุดครับ สาระคร่าวๆ

1. วีซ่าถาวรที่เราได้มามีอายุกำหนดไว้บนวีซ่า เราต้องเข้า USA ให้ได้ ก่อนวันที่วีซ่าจะหมดอายุ ไม่งั้นซวยครับ
2. วีซ่าถาวรของพวกเราพอเข้าไปใน USA ได้ปุ๊บ จะแปรสภาพเป็น Green card ชั่วคราวทันที มีอายุ 1 ปี หลังจากนั้น ภายใน 6 เดือน Green card ของจริงจะส่งมาให้เราที่บ้าน

เท่านี้หละครับ กลับบ้านได้ แล้วก็ซื้อตั๋วเครื่องบินได้เลย

*** เรื่องชื่อที่ไม่ตรงกันระหว่าง passport 2 เล่ม ให้เอาไปทั้ง 2 เล่มเลยครับ ไม่มีปัญหา เพราะว่าเค้าจะเอาตาม passport เล่มใหม่ เค้าไม่ถามด้วยว่าทำไมชื่อไม่เหมือนกัน ฉะนั้นหมดห่วง
ที่มา:- Pompoko