Thursday, January 22, 2009

K1-2009 วิ Jan22,09 รับ Jan26,09 @MI

แจมบ่อย
แจมบ่อย
User avatar

Joined: Sun May 04, 2008 1:13 pm
Posts: 270
Location: MI
Post K1-2009 วิ Jan22,09 รับ Jan26,09 @MI
K1-2009 วิ Jan22,09 รับ Jan26,09 @MI

หวัดดี..เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ทุกคนนะค่ะ พี่วิเดินทางจาก พิดโลกวันที่ 21 ถึง คอนโดเพื่อนแถว ๆ สุทธิสาร..ก้อ 2 ทุ่มพอดี รู้สึกเหนื่อยมากกับการเดินทาง แต่ก็แอบตื่นเต้นว่าจะถูกขึ้นเขียงในวันที่ 22 แล้ว ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตี 4.30 ก็ลุกมาอาบน้ำ

ออกจากคอนโดประมาณ 6 โมงเช้าถึงหน้าสถานทูตประมาณ 6 โมงครึ่ง มีคนรออยู่เยอะมาก ก็ทำตามที่เพื่อน ๆ บอกทุกอย่าง ประมาณสัก 7 โมงครึ่งก็มีสาวเสื้อแดงออกมา เราก็ตรงปรึ่เข้าไป และได้เข้าไปยื่นเอกสารที่ช่อง 5 เป็นคนที่ 2 รองจากพี่ผู้ชาย

วันนั้นคนมายื่นวีซ่าคู่หมั้นและแต่งงานกันเยอะเหมือนกัน แต่ไม่ได้คุยกับใครเลย เพราะคนเยอะมาก แล้วประมาณสัก 8 โมงกว่า ๆ เค้าก็เรียกชื่อพี่วิ เป็นคนแรก โอ้..มาก๊อด เราเป็นคนแรกเลยรึเนี่ย (คิดอย่างนายใจ หุหุ) แอบตื่นเต้นนิด ๆ พี่วิเจอผู้สัมภาษณ์หน้าตาใจดี รูปร่างอ้วน ๆ นิดหนึ่ง ต่างคนต่าง say hello กันแล้ว เค้าก็ให้พี่วิแสกนนิ้วมือ แล้วหลังจากแสกนนิ้วมือ ก็สาบานค่ะ เค้าพูด ๆ เราก็บอกว่า I do..เหมือนที่เพื่อน ๆ บอกนั่นแหละค่ะ คำถามแรกที่พี่วิเจอก็คือ...

-What is your name???
Wi: My name is.....
-How old are you?
Wi: 38 years
-What name your fiance??
Wi: Mr.
-Where you met him?
Wi: I met him in Phitsanulok
-How you met him?
Wi: We work the same company group. I met him during one of many business trip that he has taked to Thailand to go to our manufacturing plant.
-What was your company made?
Wi: My company made automotive wire haness for car.
-When you met him the first time?
Wi: I met him the first time on July 2006.
-When you met hime the last time?
Wi: I met him on Dec.31'2007 the final time at USA.
-Does he ask you about get marrieag?
Wi: Of clouse, he asked me on Nov.07 at Chaingmai.
-Ok, I give a visa for you.
Wi: Thank you so much.
-You have to pick up a visa on 26 Jan. at 3.00pm
Wi: Could you please sent me by mail?
-No, you must pick up here.
Wi: Thank you again and have a nice day.
-You too!!

เป็นงัยค่ะ เพื่อน ๆ น้อง ๆ คำถามไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ พี่วิอยากให้ทุกคนประสบผลสำเร็จทุก ๆ คนนะค่ะ
พี่วิก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร นอกจากคำ ขอบคุณ ^:)^^:)^ ในบ้านหลังนี้ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ในบ้านหลังนี้ ^:)^ ที่ทำให้พี่วิได้ ประสบการณ์มากมาย มีเพื่อนมากมายไว้แชร์เรื่องต่าง ๆ กัน บอกเรื่องราวอันเป็นประโยชน์ซึ่งกันและกัน ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ พี่วิต้องรีบออกไปรับวีซ่าแล้วค่ะ และจะรับกลับบ้านเกิด..ในวันนี้ด้วยค่ะ :D พรุ่งนี้จะเข้ามาเม้าท์กับสาว ๆ อีกนะค่ะ โชคดีทุกคนค่ะ :*:*

Mon Jan 26, 2009 7:18 amProfile

Monday, January 12, 2009

K1-2009 คริส Jan12,09 รับ Jan14,09 @MT ทนาย

แจมน้อย
แจมน้อย
User avatar

Joined: Sat May 10, 2008 10:33 am
Posts: 22
Location: Livingston, MT
Post K1-2009 คริส Jan12,09 รับ Jan14,09 @MT ทนาย
K1-2009 คริส Jan12,09 รับ Jan14,09 @MT ทนาย

ศูนย์ CA ค่ะ
08 June 08 : I-129F sent
19 June 08 : NOA1
21 Oct 08 : NOA2
28 Oct 08 : Case number
11 Dec 08 : Packet3
23 Dec 08 : Packet3 sent
07 Jan 09 : Packet4
12 Jan 09 : Interview
14 Jan 09 : Pick up visa

ขอเรียกตัวเองว่าพี่นะค่ะ เพราะคิดว่าคงมีน้องมากกว่าพี่ อายุ 37 ค่ะ
ต้องออกตัวว่าตัวเองไม่มีความรู้เรื่องการทำเอกสารเลย ไม่ได้ทำเองก็เลยไม่มีคำแนะนำหรือประสบการ์มาแชร์ให้เพื่อนๆ น้องๆ ตอนที่รอแพคสามก็คิดอยู่ว่านานผิดปกติ (28ตค - 11ธค) แต่ได้รับคำแนะนำจากทนายว่า 2เดือนยังไม่ถือว่าผิดปกติ ก็เลยแค่เขียนอีเมล์ถามสถานทูตในไทยว่ามีเคสของเรามาถึงรึยัง แต่สงสัยจะพิมพ์หัวข้อผิดหรือไม่ครบ เค้าก็เลยส่งคำแนะนำในการเขียนอีเมล์มาให้ ไม่อยากเซ้าซี้เค้าเพราะยังงัยๆ แฟนก็จะมาไทย มค.52 ก็เลยไม่ได้เร่งเค้า (อีเมล์ตอน ตค.51) ทางสถานทูตก็ไม่ได้ขอเอกสารเพิ่มเติมอะไรเลยค่ะ เพียงแต่รอนานเท่านั้นเอง

ตอนไปสัมภาษณ์ สถานทูตนัด 7.30น เข้าประตูแรกไปเจอด่านตรวจอีกประตูนึง พอเสร็จด่านตรวจเดินผ่านสระเข้าไปเจอด่านตรวจอีก (แต่ด่านตรวจนี้เราสามารถเดินผ่านไปได้ ไม่ต้องรอคิวและเค้าจะบอกว่าให้เข้าไปได้เฉพาะคนที่มีนัดเท่านั้น ให้เพื่อนหรือแฟนออกไปรอข้างนอก แต่พี่ว่าแฟนที่เป็นซิติเซ่นแยกตัวออกไปแล้วเดินตรงไปที่ห้องสำหรับซิติเซ่น ห้องนั้นมันก็ติดกับห้องรับรองของคนที่มาสัมภาษณ์นั่นแหละสามารถเดินทะลุกันได้มีประตูเชื่อมกันอยู่) ด้วยความโก๊ะพี่เข้าแถวรอคิว พอถึงคิวเค้าบอกให้ตรงไปช่อง5 ได้เลย พี่ก็มองไปรอบๆ ไม่เห็นบอกช่อง 5 เลย มีแค่ ช่อง1-3 เดินอ้อมไปตามทางเดินเจอประตูบอกว่าของซิติเซ่น ก็เลยถอยกลับมาที่เดิม มองไปรอบๆ เห็นประตูบอก in / out อยู่ข้างๆ กับช่อง 3 เห็นคนเดินเข้า-ออก ก็เลยลองเดินเข้าไปดู โอว เจอแล้วช่อง 6-12 ฮ่าๆๆ เข้าไปยื่นเอกสารช่อง5 ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ ก็เลยไปนั่งรอ มีคนนั่งรออยู่ประมาณ 5-7คน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่บอกว่าใครที่มาสัมภาษณ์วีซ่าถาวรให้ยื่นเอกสารที่ช่อง 5 ก็ไปยื่น...เสร็จ...นั่งรอจนกระทั่งเกือบ 11 โมง ก็เรียกชื่อ....ไปสัมภาษณ์ (รอตั้งแต่มีคนในห้อง 7 คน จนกระทั่งคนเต็มห้อง และจนกระทั่งเหลือคนอยู่ในห้องแค่ประมาณ 20 คน)

สัมภาษณ์
จนท.ไทยบอกให้สแกนนิ้วมือ เสร็จ จนท.ฝรั่งบอกให้ยกมือขวาขึ้นพอเรายกขึ้นเสร็จเท่านั้นแหละพี่แกร่ายซะรัวเลยฟังไม่ทันเลยอ่ะ ได้ยินทำสุดท้ายคำเดียวว่า true ก็เลยเซย์เยสซะเลย เหอๆๆ จากนั้นก็เริ่มถามชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ เจอกับแฟนครั้งแรกที่ไหน อย่างไร ตอบว่าเจอจาก dating online แกก็ยังถามว่า where อีกนะ พี่ก็บอกอีกว่า dating online แกก็เลยถามว่า what's name เอ๊า ก็ไม่ถาม วอทซะตั้งแต่ตอนแรก (นึกในใจ)....ก็ตอบไป.....แกก็ตามต่อจากนั้นเกิดอะไรขึ้น แฟนมากี่ครั้ง มีแผนการแต่งงานเมื่อไปถึงอเมริกาใช่ไหม แต่ละคำถามพี่ไม่ได้ตอบเยส โนเท่านั้นนะ พี่ก็มีอธิบายเสริมรายละเอียดอีกนิดหน่อย ใช้เวลาสัมภาษณ์ไม่นานหรอก จากนั้นแกก็ดูๆ อะไรก็ไม่รู้ บนจอคอมพิวเตอร์ของแกประมาณ 2-3นาที (....เงียบ....ไอ้เราคนรอก็ลุ้นซ๊ะ) จากนั้นแกก็ขยับตัวเซ็นต์ชื่อบนกระดาษแล้วบอก โอเค เฮ้ออออ......ยิ้มแล้วครับ รู้สึกตัวว่ายิ้มกว้างมากๆๆ แท้งกิ้วเวรีมัช แล้วเดินยิ้มออกไปเลย จนไปรับของที่ประตูกลับออกไป โทร.หาแฟน แฟนบอก contratulation Mrs.Kirk ทำเอาเขิลลเลย ตอนนี้นอนกอดวีซ่ากะซองสีน้ำตาลแน่นเลยหละ สุขสุดๆๆๆ ขอให้ทุกคนโชคดีจ้า
พี่คริส

Sun Jan 18, 2009 8:54 amProfile

Thursday, January 8, 2009

K1-2009 แพท Jan08,09 รับว Jan12,09

สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
User avatar

Joined: Wed Sep 17, 2008 10:58 pm
Posts: 1
Post K1-2009 แพท Jan08,09 รับว Jan12,09
K1-2009 แพท Jan08,09 รับว Jan12,09

ตื่นนอนตอนเช้าประมาณ 05.40 น. ง่วงพอสมควร เพราะเมื่อวานเข้างานกะบ่าย เลิกงาน 5 ทุ่ม อาบน้ำ แต่งตัว ว่าที่สามียังงัวเงียอยู่บน โซฟา แต่ก้อยังลุกไปอาบน้ำทั้งที่ยังหลับตาอยู่ เสร็จสรรพออกจากบ้าน 06.40 น. ขึ้นรถไฟฟ้า ไปถึงหน้าสถานทูต 07.30 น. เป๊ง ตามเวลานัด แต่!!!! เจ้าหน้าที่สถานทูตบอกว่า “ อนุญาตเฉพาะผู้ที่มาสัมภาษณ์เท่านั้นค่ะ” แป่ว :-w ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สรุปว่าที่สามีก้อต้องไปรอที่อาคารสินธร กินอาหารเช้ารอไป เราก้อ..หิวต่อไป ฝากกระเป๋า แล้วก้อเดิน เดิน เดิน เจ้าหน้าที่เสื้อแดงก้อบอกว่า เชิญที่ช่อง 5 ค่ะ
โอเค เราก้อไปที่ช่องที่ 5 มีคนรออยู่ก่อนแล้ว 1 คน มาสัมภาษณ์ วีซ่าคู่หมั้นเหมือนกัน รออยู่พักนึง ก้อมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงเดินมาบอกว่า
“ทำไมไม่เรียกเค้า” เราก้อ “อ้าว” :| เจ้าหน้าที่ก้อบอกว่า กดโทรศัพท์เบอร์ 4251 สิ เค้าจะได้มาเอาเอกสาร งานเค้าเยอะนะ ไอ้เราก้อหาใหญ่เลย ไหนอะโทรศัพท์ ที่นี้เค้าก้อตรวจเอกสารเอาใบรับรองแพทย์ไป คืน film x-ray มา แพทต้องส่งเอกสารทางประตู เพราะว่าแฟ้มมันใหญ่ สอดเข้าช่องไม่ได้ ส่งเอกสารเสร็จก้อนั่งรอ เวลาผ่านไป ช้าช้า ประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่ก้อเรียกชื่อคุณที่มารอก่อนหน้านี้ไปที่ช่องที่ 6 จากนั้นประมาณ 10 นาที คุณเค้าก้อเดินออกไป แพทคิดว่าคงได้ เพราะคุณเค้ายิ้มแฉ่งเลย ทีนี้เราล่ะสิ หิวก้อหิว ตื่นเต้นก้อตื่นเต้น จากนั้น 08.45 น. เสียงเจ้าหน้าที่คนไทยก้อเรียกชื่อแพทให้ไปที่ช่องที่ 6 เราก้อเอาวะ ลุย 55 พอไปถึงหน้าต่างช่องที่ 6 เจ้าหน้าที่กงศุล ตัวใหญ่ หน้าแดงๆ นั่งรออยู่ เค้าก้อทักทาย ทวนชื่อว่าถูกต้องมั้ย จากนั้นก้อ ยกมือขวา สาบานว่าจะพูดแต่ความจริง เสร็จแล้วก้อสแกนนิ้ว มีปัญหาอีกละ นิ้วก้อยสแกนไม่ติด เพราะมันสั้น แล้วก้อมีแผลเป็นด้วย ทำไงล่ะทีนี้ ท่านกงศุลก้อขอดูนิ้ว แล้วก้อทำหน้ายุ่งๆ แล้วปรึกษากับเจ้าหน้าที่หญิงคนไทยว่าเอาไงดี ทีนี้เจ้าหน้าที่คนไทยก้อบอกว่า ให้เอามืออีกข้างกดนิ้วก้อยที่มีปัญหาไว้ เราก้อนะ กดสุดแรงเกิด กงศุลก้อบอกว่า กดแรงๆ แรงอีก เราก้อ ฮ่วย X( มันทำไมไม่ติด ทีนี้รวบรวมลมปราณกดอีกที ท่านกงศุลคงมองเห็นลายนิ้วแล้วเลยบอกว่า “พอ” หลังจากสแกนนิ้วก้อเริ่มคำถาม

Consular : How did you meet Joseph
Pat : I’ve met him ………..
Consular : Then What
Pat : blah blah
Consular : How many times that Joseph visit you ?
Pat : more than 6 times
Consular : When did the last time he visit you ?
Pat : He’s currently in Thailand now
Consular : Yes ,He’s here. I know that
Consular : So Both of you plan to get marry in Thailand ?
Pat : We plan to get marry in US.
Consular : Okay I will give you visa, you can come to collect your fiancé
visa on Monday 12 Jan ,3 pm. And please collect your document
from the officer at the door. Have a nice day
Pat : งง เล็กน้อย โอ้เสร็จแล้วหรือนี่ จากนั้นก้อ say :Thank you very much and have a
Great day ขอบคุณค่ะ (ขอบคุณอีกและ)
Consular : ไม่รู้จะเบื่อคำขอบคุณยัง แหะแหะ แต่ท่านก้อตอบกลับมาว่า ขอบคุณครับ
เดินออกมาหน้าบานสุดๆ เจอว่าที่สามี ไม่แสดงอาการอะไรเล้ย แต่เค้าบอกว่า ไอคิดว่ายูต้องได้อยู่แล้ว แต่แหมก้อเนาะคนมันตื่นเต้นอะ
12 Jan 2009 3.00 PM.
เดินทางมารับวีซ่าเรียบร้อยแล้วค่ะ คาดว่าจะเดินทางปลายกุมภาน่ะค่ะ แฟนบอกว่าให้อากาศอบอุ่นขึ้นอีกหน่อยก้อดี

Time line :
3 June 08 ------ NOA 1
3 Sept 08 ------ Req. evidence support ( My bf's divorce decree with his first wife)
6 Nov 08 ------ Noa2
30 Nov 08 ------ Packet 3 arrive home
18 Dec 08 ------ Send Packet 3 back
5 Jan 09 ------ Packet 4 arrive home
8 Jan 09 ------ Interview
12 Jan 09 ------ collect visa
ขอขอบคุณข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แพทกล้าพูดได้เลยว่าที่บ้านหลังนี้มีคำตอบสำหรับทุกๆคำถามจริงๆค่ะ ขอบคุณเพื่อนๆพีๆสำหรับคำแนะนำดีๆนะคะ ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีคำถามสำหรับคนที่มีแฟนเคยหย่ามาแล้ว ก้อถามได้นะคะ แพทยินดีเสมอ :X>:D<
Suprapa wrote:
ยินดีด้วยนะคะ อิอิ ตอนนี้บอกคุณแฟนแปดล้านตลบแล้วว่าห้ามเข้าไปด้วยแล้ววว แต่ลุงดั๊นไม่เชื่อ ยังยึดมั่นคำเดิมว่า แกเป็นพลเมืองเมกัน จะเข้าออกตอนไหนก้อได้ ดูดู๊ดู พี่ท่านพูด อิอิ ตามใจ ไม่เชื่อโปรดติดตามตอนต่อไปเนอะ อิอิอ้อ อีกอย่าง แฟนเคยหย่ามีปัญหารัยคะ แฟนปุ้มก้อเคยหย่า ตั้งแต่แกอายุ 30 ต้น ๆ ไม่มีลูกติด ไม่มีภาระพูกพัน ไม่มีอะไรที่ซื้อร่วมกันคะ รบกวนอ่านแล้วช่วยดูทีว่าเคสปุ้มจะมีปัญหารึป่าว รึว่าต้องเตรียมรัยเพิ่มไหมคะ อออ อีกอย่างอยากรู้ที่ท่านกงสุลพูสาบานตนเป็นภาษาอังกิดก่อนที่เราจะตอบว่า yes,I do อยากรู้ว่าคำพูดเหล่านั้นใครจำได้ไหมคะว่าท่านพูดว่าจะได่ อิอิ ^:)^^:)^ ขอบคุณคะ ปุ้ม
ตอบคำถามคุณปุ้มนะคะ
1.ถ้าแฟนเคยหย่าให้ copy of Divorce Decree ไว้เลยค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่จะเรียกดูในวันสัมภาษณ์ แต่ถ้าแนบ divorce decree มากับ P.3 แล้ว ก้อโอเค ส่วนของแพท แนบไปกับ P.3 แล้วก้อเอาตัวจริงไปวันสัมภาษณ์ด้วยค่ะกันเหนียว
2.Divorce Decree ของคนอเมริกัน สามารถยื่นขอใหม่ได้ กรณีที่เอกสารเก่าหาย ( แฟนแพท หย่า 2 ครั้ง ตอนส่งเอกสารครั้งแรก ส่งแต่ใบหย่าล่าสุด แต่กับภรรยาคนแรกไม่ได้ส่ง เลยโดนขอเอกสารเพิ่มตามที่ใส่ใน Time Line)
-สามารถขอใหม่ได้โดย เข้าไปที่ website ของ clerk of court แต่ละ state ,dowload form,fill form แล้วก้อจ่ายค่าธรรมเนียม 5-6 USD แล้ว Divorce Decree ก้อจะถูกจัดส่งมาที่ที่อยู่ของแฟนที่อเมริกา แฟนแพทขอ divorce decree ที่ Ohio Richland County Clerk of Court ค่ะ
3.เรื่อง Case Number แฟนแพทไม่ได้รับจดหมายแจ้ง Case Number ค่ะ ไม่รู้ว่าทำไม ที่ทราบก้อเพราะโทรไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ NVC หลังจากที่ได้รับ NOA2 ค่ะ ที่โทรไปถามเพราะกังวล เนื่องจากว่าโดนขอเอกสารเพิ่ม กลัวเกิดการผิดพลาด แต่พอโทรไปถาม เจ้าหน้าที่ NVC กลับแจ้ง Case Number และบอกว่าเคสถูกส่งมาที่เมืองไทยแล้ว :| ทีนี้แพทก้อเลยเอา NOA2 copy ไปขอใบตำรวจเลยค่ะ

สำหรับคุณปุ้มแพทว่าไม่น่ามีปัญหานะคะถ้าส่งเอกสารครบถ้วน ใจเย็นๆค่ะ everything will be alright สู้ สู้ ;):D

Wed Jan 14, 2009 10:13 amProfile

Monday, April 21, 2008

K1-2008 กุล ยื่นเอกสารเพิ่ม Apr21,08 รับ Apr29,08


K1-2008 กุล ยื่นเอกสารเพิ่ม Apr21,08 รับ Apr29,08

K1-2008 กุล Jan08,08 ขาดเอกสารจากแฟน flipperf07 Mon Dec 24, 2007 11:27 am s
 หน้า 2
ขาดเอกสารแฟนทั้งหมดในวันสัมภาษณ์ค่ะ ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ !!!

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน

นี้กุลเอง น่ะค่ะ ... คือมีเรื่องอยากให้เพื่อนช่วยหน่อยน่ะค่ะ

คือ กุลจะสัมภาษณ์ K-1 วีซ่า วันที่ 08Jan'08 at 07:00 ค่ะ แต่เมื่อเดือน Sep'07 แฟนย้ายที่อยู่ แล้วหลังจากนั้นม่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าทุกกล่องที่ย้ายมานี่ไม่มีอะไรหาย ปรากฎว่ากล่องที่ใส่เอกสารทำหายไปทั้งกล่องเลย เพิ่งจะรู้ตอนที่จะส่งเอกสารให้กุล หาเลิกลักเลย ใบหย่า / tax return /earning statement .. ประมาณเนี้ยะค่ะ ... กุลอยากทราบว่า ตอนกุลไปสัมภาษณ์วันที่ 8 กุลบอกเขาว่าเอกสารยังส่งมาไม่ทันวันสัมภาษณ์ เหมือนแบบ คุณ Honey Babie แล้วเขาจะมีระยะเวลาในการยื่นเอกสารเพิ่มภายในกี่วันค่ะ ? แฟนบอกว่า ( ประมาณ ) ว่าเขาน่าจะได้เอกสารประมาณ 23Jan'08 แล้วจะส่งให้เร็วที่สุด เพื่อไปเพิ่มที่สถานฑูต ตอนนี่คาดว่าแฟนกำลังเมล์บอกสถานฑูตให้เขารับทราบก่อนในขั้นตอนแรก

ก็ ไม่อยากซ้ำเติมเขาว่าทำไม รู้ว่าต้องสัมภาษณ์วันที่ 8 ทำไมไม่เตรียมเอกสารให้มันเรียบร้อย ... ถ้าพูดอย่างนี้แล้ว เดี๋ยวจะทะเลาะกันเปล่าๆ ... ตอนนี้กุลคิดว่าต้องค่อยๆแก้ปัญหาไป เป็นเรื่องๆ ถ้าจะไปย้อนถาม ทำไมเธอไม่ยั้งงั้น ทำไมเธอไม่ยั้งงี้ มันคงยาวมากๆ ไม่จบ

กุลรบกวนเพื่อนๆช่วยตอบด้วยนะค่ะ
รักเพื่อนทุกคน
กุล

K1-2008 ยื่นเอกสารเพิ่มกุล Apr21,08 รับวีซ่า Apr29,08 Mon Apr 21, 2008 10:29 am

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆทุกคน ,กุล หวังว่า เพื่อนๆคงจะทีความสุขในวันสงกรานต์นะค่
วันนี้ที่ 21April'08 กุลไปที่สถานฑูต ตอนบ่ายโมงค่ะ เพื่อไปยื่นเอกสารของแฟนเพิ่มเติม จากตอนเดิมที่แล้ว กุลสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 08Jan'08 ค่ะ แต่ว่าก่อนหน้านั้นเอกสารแฟนหาย ต้องขอคัดสำเนาใหม่ ประกอบกับแฟน น้อยใจที่เอ่ะอ่ะ อะไร กุลก็ถามเค้าทุกวี่ทุกวันเรื่อง visa K1 กับเอกสาร ... ทีนี้กุลคิดว่าแฟนคงน้อยใจว่า กุลไม่ได้ถามสาระทุกข์ สุกดิบ เค้าเลย แบบว่า แฟนงั้นซะงั้น แล้วประกอบกับว่า กุลไม่สบาย เป็นไทรอยล์ ซึ่งหมอบอกว่า อาจต้องอยู่รักษานานกว่า 6 เดือน เลยให้แฟนอย่าเพิ่งส่งเอกสาร จนตอนนี้สุขภาพดีขึ้นแล้ว กุลเลยให้แฟนส่งเอกสารมาโล้ดเลย 555 
มีอะไรจะเล่าให้เพื่อนๆฟัง , สำหรับคนที่จะยื่นเอกสารเพิ่มจะได้ไม่เสียเวลาเหมือนกุลค่ะ
วันนี้ กุลไปถึงสถานฑูตตอน 13:00 ตรงเวลาเป๊ะ ตามที่ระบุในเอกสารขอเอกสารเพิ่ม ว่าสามารถเพิ่มเอกสารได้ทุกวันจันทร์ ระหว่าง 13:00-15:00 
พอไปถึง โอ้ แม่เจ้า เค้าไม่ให้เราเข้าไปโดยไม่ต้องรออ่ะ ... โห่ ต้องรอคิวอีกย๊าวววว ยาว ... ได้ Q ที่ 242 แน่ะ ...
พอเข้าไปถึง ... จำได้ว่า คุณ แหม่ม คนสวย เมื่อตอนที่สัมภาษณ์ วันที่ 08Jan'08 ที่ผ่านมา , ให้เอกสาร list มาว่า ต้องยื่นเอกสารอะไรเพิ่มบ้าง ... ก็มี I-134 / Tax return / Divorce Decree , แฟนส่ง จม.รับรองการทำงาน / copy passport ทุกหน้าเลย , แล้ว คุณแหม่ม บอกว่า ให้มายื่นเอกสารได้เลยโล้ด ... 555 ยื่นช่อง 4-5-6-7 ได้หมด ตามบาย ...คุณแหมม่ บอกงั้น เราก็ไปเลย ถามพี่ผู้ชายช่อง 5 ( พี่เค้าเป็นคนไทย มาดเข้ม ) บอกว่า " ผมยังไม่ได้เรียกคุณ รอไปก่อน !!! " โห่ อ๊าย อาย คนเยอะด้วย ... อุส่าห์ทำตามที่ คุณ แหม่ม บอก ไม่รู้ว่า ต้องรอเรียกตาม Q ที่ 242 ด้วยอ่ะ ... ออกอาการ เสีย self เล็กน้อย ...
จากนั้น ก็รอ ร้อ รอ ... จนถึง Q ของเรา 555 ... โอ้ แม่เจ้า ว้า .... ได้ช่อง 5 อ่ะ เจอพี่ผู้ชานอีกแล้ว , เราก็บอกเค้าว่า เอาเอกสาร K1 มายื่น ค่ะ ... ทีนี้พี่เค้าก็ยิ้มมุมปากเล็กๆ แล้วบอกว่า ยื่นเอกสารมาให้หมดเลยครับ ... ก็ยื่นไป ... เค้าดูหน้า passport ( ตะลึงในความสวยงาม ) 5555 ล้อเล่น .. แล้วพี่เค้าก็ดูใน list ที่คุณแหม่ม mark line ไว้ ... เปิดเอกสารแฟน หน้า2หน้า แล้วก็เอา passport กับ เอกสาร แนบกับไป แล้วขอเบอร์ที่สามารถติดต่อเราได้ ... ก็ให้มือถือไป ... เค้าบอกว่า ประมาณ 1-2 อาทืตย์ จะโทรมาแจ้ง ... ( แบบว่า โทรมาแจ้งว่า visa ได้เรียบร้อย หรือ จะโทรมาบอกว่าเอกสารไม่ครบอ่ะ อันนี้เสี้ยวสุดๆ ... แต่แฟนบอกว่า ไม่มีปัญหาหรอก ก็ให้เอกสารที่เค้าต้องการ ก็ไม่น่ามีปัญหาไรแล้ว ) แหม่ แต่ก็ตั้ง 2 อาทิตย์ ไม่ให้ห่วงได้ไงอ่ะ .... 
มีคนบอกว่า บางคนยื่นเอกสารไปแล้ว เค้าไม่โทรมา ก็เลยไปเองเลย ... เพื่อนๆว่าซักอาทิตย์หน้า กุล email ถาม สถานฑูตดีไหมค่ะ ?? เป็นห่วงสุดๆ 
ทำไมต้องรอตั้ง 1-2 อาทิตย์อ่ะ ?? ไม่เข้าใจ หรือเป็นเพราะ เรา สัมภาษณ์ไปเดือน Jan'08 แล้วนี้เดือน Apr'08 สถานฑูตต้องไปค้นเอกสารของเราก่อนป่ะ ? 
รบกวนเพื่อนๆที่มีประสบการ์การยื่นเอกสารเพิ่มช่วยแนะนำ/ตอบด้วยนะค่ะ - ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ
รักเพื่อนๆเหมือนเดิม

Thursday, December 20, 2007

สัมภาษณ์ K1 แล้ว แต่โดนขอเอกสารเพิ่ม เรื่องใบหย่า



 สัมภาษณ์ K1 แล้ว แต่โดนขอเอกสารเพิ่ม เรื่องใบหย่า Nang Thu Dec 20, 2007 5:21 am

ช่วยด้วยค่ะเครียดมากเลย คือวันนี้นางไปสัมภาษณ์วีซ่า K1 มา แต่ทางสถานฑูตขอเอกสารแฟนเพิ่ม เค้าเขียนว่าขอ Petitioner only obtained consular divorce, thos still considered to be legally married th another. Need to refile petition once petitioner completes legal divorce in US to this petition will be returned to USCIS ประมาณนี้น่ะค่ะเขียนเป็นลายมืออ่านไม่ค่อยอออก นางไม่รู้ว่ามันคือใบอะไร แต่เค้าบอกว่ามันคือใบหย่าจากศาลอเมริกา คือแฟนนางเคยแต่งงานมาแล้วกับคนไทยเมื่อปี 2002 และก็จดทะเบียนสมรสที่ไทย และขอวีซ่าให้ภรรยาเค้าไปอยู่ทีอเมริกาด้วย แต่นางไม่รู้ว่าตอนนั้นเค้าขอวีซ่าประเภทไหน แล้วเมื่อเดือน สิงหาคม 2006 เค้าก็หย่าแล้วก็ไปจดทะเบียนหย่ากันที่สถานฑูตไทยใน LA แฟนนางก็ได้ใบหย่าจากสถานฑูตมาถูกต้องทุกอย่าง แต่วันนี้ทางสถานฑูตเค้าขอเอกสารจากศาลที่เป็นการหย่าโดยกฏหมายอเมริกาเพิ่ม ซึ่งนางก็ไม่เข้าใจว่าจำเป็นต้องมีใบนี้ด้วยเหรอ ในเมื่อเค้าไม่ได้ฟ้องหย่า แต่แฟนเก่าเค้าไปมีคนอื่นแล้วก็มาขอหย่ากับเค้าเอง ก็เลยไม่มีการฟ้องร้องหรือขึ้นศาล นางก็เลยสงสัยว่าตอนที่แฟนนางส่งเอกสารไปที่USCIS เค้าก็ให้เอกสารตัวนี้ไป แล้วก่อนที่ USCIS จะอนุมัติเคสเค้าก็น่าจะขอเอกสารตัวนี้เพิ่มก่อน นางก็เลยกลุ้มใจมากเลยว่าควรจะทำยังงัยดีคะ แล้วใบนี้ต้องยื่นเอกสารที่ไหนถึงจะได้มา แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนคะ แฟนลองโทรไปถามเพื่อนที่เป็นทนายดูเค้าบอกว่าต้องเช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน จริงรึเปล่าคะ ใครพอจะมีข้อมูลบ้างช่วยตอบหน่อยนะคะ กลุ้มใจมากเลย
ขอบคุณค่ะ

viewtopic.php?p=533566#p533566 K3 ได้รับ NOA2 ทั้ง 2 ฟอร์มพร้อมกันในเกือบ 80 วัน
viewtopic.php?p=315335#p315335 เคสถูกส่งกลับ USCIS

Fri Dec 21, 2007 5:00 am

ขอบคุณทุกๆ กำลังใจนะคะ คุณอาท คุณเจน คุณเคท น้องฮันนี่ พีเอ้ และทุกๆคนด้วยนะคะ ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นค่ะ แฟนโทรไปหาทนาย แล้วทนายก็บอกว่าจะดำเนินการให้อาจจะใช้เวลาประมาณ 90 วัน ไม่เกินนี้ แล้วเค้าจะยื่นเป็นกรณ๊พิเศษเหมือนที่คุณเคทบอกคือแนบใบหย่าจากสถานฑูตไทยไปด้วย เพราะใบหย่านั้นมันมีผลมากกว่า 1 ปีมาแล้ว อาจจะทำให้เรื่องได้อนุมัติเร็วขึ้น แล้วเค้าจะช่วยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ โชคดีตรงที่แฟนเก่าเค้าแต่งงานใหม่ (งง)แต่ก็อยู่เมืองใกล้ๆ กัน แล้วเค้าก็ยินดีเซ็นเอกสารให้ทุกอย่าง ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาและก็รอขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ไหน ๆก็รอมาได้ตั้ง 6-7 เดือน คิดซะว่าอยู่เที่ยวบ้านเราก่อนอีกหน่อยจะได้สบายใจ และก็ใชคดีอีกอย่างคือเจ้านายบอกว่าดีใจมากที่นางยังไม่ได้วีซ่า (เอ้า ซะงั้น)เค้าจะได้ยังไม่ต้องหาผู้ช่วยคนใหม่ ขอบคุณทุกคนมากนะคะ และก็ดีใจกะทุกคนที่ได้วีซ่าด้วยค่ะ พี่เอ้คะ นางคือคนที่สัมภาษณ์คนที่ 2 ค่ะต่อจากพี่เอ้คุณเคทคะ ที่ว่าปรึกษา สส. คืออะไรคะ ขอบคุณค่

นางคะ เพื่อนแฟนเคทเค้าแนะนำว่าถ้าเราต้องการให้เรื่องเร็วขึ้นก็ขอความช่วยเหลือไปที่สส.หรือผู้บริหารเมืองที่แฟนนางอยู่ แล้วเค้าจะช่วยประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาเรื่องและเอกสารต่างๆให้เร็วขึ้น ซึ่งเค้าจะพิจารณาเป็นเคสๆไปค่ะ เพราะตอนที่เคทไปเมกาด้วยวีซ่าธุรกิจครั้งแรก แฟนเคทเค้ายื่นเรื่องให้เคทอยู่ต่อแต่ทีนี้ระยะเวลาที่ต้องยื่นอย่างน้อยต้อง 45 วันก่อนวีซ่าหมดอายุ แต่วีซ่าเคทอีก 18 วันก็หมดอายุ แล้วเคทก็ต้องกลับเมืองไทย เพื่อนคนนี้เค้าก็แนะนำให้ไปปรึกษาสส.เมืองที่เราอยู่ เค้าก็ขอรายละเอียดจดหมายยืนยันการรับเอกสารกับค่าธรรมเนียมไว้แล้วเค้าก็รับปากว่าจะช่วยตามเรื่องให้ เคทก็ไม่คิดว่าจะได้เลยเก็บของบางส่วนไว้บ้างแล้ว แต่ประมาณ 10 วัน INS ก็อนุมัติให้เคทอยู่ต่อและอีกสามวันหลังจากนั้นเค้าก็ส่งใบ I-94 อันใหม่มาให้ทันเวลาพอดีค่ะ

Sat Dec 22, 2007 9:01 am

คุณเคทคะ วันนี้แฟนส่งเอกสารทุกอย่างให้ทนายแล้ว แต่ทนายบอกว่าการขอใบ Divorce Decree ของแคลิฟอร์เนีย ต้องรอ 6 เดือน ตามกฏหมาย ทนายคิด 850 เหรียญ และต้องจ่ายค่าเอกสารนั้นให้ศาลตอนได้รับอีก 1000 เหรียญ ตอนนี้ก็ทำใจแล้วว่าต้องรออีก 6 เดือน แต่นางก็บอกแฟนแล้วว่าให้ลองไปยื่นเรื่อง ที่ สส. เหมือนที่คุณเคทบอกด้วยเผื่อจะได้เร็วขึ้น ตอนนี้ก็เลยคิดกันว่าจะให้นางขอวีซ่าท่องเที่ยวไปก่อนเพราะอาจจะอยู่ได้นานกว่าให้แฟนมา แต่ก็ลังเลใจอยู่ว่าให้แฟนเขียนจดหมายมาว่าเรากำลังรอเอกสารตัวนี้อยู่ เลยขอให้เราไปเยี่ยมเค้า แล้วพอได้เอกสารแล้วจะกลับมายื่นเรื่องด่อดี หรือว่านางจะให้เจ้านายเซ็นรับรองให้ว่านางลาพักร้อนประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วจะกลับมาทำงานเหมือนเดิมโดยไม่อ้างถึงการรอเอกสารตัวนั้น ไม่แน่ใจควรแจ้งแบบไหนดีคะ ที่จะน่าเชื่อถือว่ายังงัยเราก็จะกลับมาตามกำหนดอ่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ

Thursday, June 28, 2007

K1-2007 kate_19 Jun28,07 ยื่นเพิ่ม 3 ครั้งผ่าน



K1-2007 kate_19 Jun28,07 ยื่นเพิ่ม 3 ครั้งผ่าน

kate_19 Fri Jun 29, 2007 1:03 pm help me please!!! ใครก็ได้ช่วยหนูที่ หนูเพิ่งไปสัมภาษวีซ่าคู่หมั้นมาคะ 28 june. ไปถึงสถานทูต เจ้าหน้าที่เรียกยื่นเอกสาร ด้วยความดีใจ วิ่งไปยื่นเป็นคนแรกเลยคะ ที่ช่อง 4 เอกสารเราแยก แฟ้มไว้ทุกอย่าง แต่ไปถึงเค้า ( เจ้าหน้าที่คนไทย) กลับบอกให้เรา เอาเอกสารทุกอย่างออกจากแฟ้ม เราก็รีบยื่น เพราะ กลัวคนข้างหลังรอ ดันไปเป็นคนแรกเอง) หลังจากนั้น ก็นั่งรอ สักพัก เค้าก็เรียกสัมภาษณ์ เราเป็นคนที่สาม พอไปถึงเจ้าหน้าที่ เกาหลี มั้ง ไม่แน่ใจ เค้าก้ถามเกีย่วกับ แฟน รายได้แฟน ต่างๆ สักพัก ก็ให้มานั่งรอ สัก 15 นาที เค้าก้เรียก ไปที่ช่อง 5 ตอนนั้นคิดในใจว่าได้ชัวร์ พอไปถึง เจ้าหน้าที่คนไหม่ เป็นผู้ชายใส่แว่น กลับบอกว่าเอกสารเราไม่ครบ ต้องมายื่นใหม่ เราก็เอ๋อ พูดไรไม่ถูก แล้วเค้าก็ ยื่นพาสปอตกลับ แต่เค้ายังไม่ได้บอกว่าขาดอะไร เราก็งง เค้าก้บอกว่า รอสักครู่เค้าไม่รู้ว่าเราขาดเอกสารอะไร เราก็คิดในใจ ( อ้าวว แกล้งช้านนนป่าวเนี่ย) เค้าก็บอกให้เรารอสักพัก มีผู้หญิงใส่ แว่นมาบอกว่าเอกสารที่ขาด คือ I-134 และ tax return เราไม่มี Tax return จริง แต่เรายื่น I-134 ไปให้เค้าแล้ว เค้าบอก ไม่มีคะ คุณไม่ได้ยื่น เราก็เถียงเค้า มีสิ ถามคนที่ตรวจเอกสารสิ เค้าก็บอกไปเอามาไหม่ เราก็งง บวกเอ๋ออ คืออารมนั้นมันคาใจคะ เราจำได้ว่ามีจริงๆ เก็บไว้ในแฟ้มเล็กๆ ในแฟ้มใหญ่อีกที เราคิดในใจว่าเจ้าหน้าที่คนนี้เค้าอาจจะไม่ได้เว็ค เอกสารของเรา เค้าเลยไม่รู้จริง เราไม่รู้จะถามใครเพราะหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ ไม่รู้จไปถามใคร รบกวนพี่ๆ ที่มีประสบการณ์ช่วยตอบปัญหาหนูทีได้มั้ยคะ หนูควรจะเอาเอกสารi-134 ตัวจริงยื่นไปให้เค้า พร้อมกับ tax return อีกที แต่ต้องรอ อีกนาน หรือว่าหนูควรจะไปยื่น จันท์นี้พร้อมกับ tax return และ I-134 copy อันเก่าของแฟนคะ ตอนนี้คาใจมากๆ รบกวนพี่ๆใจดีช่วยตอบทีนะคะ

K1-2007 สัมภาษณ์ kate_19 Jun28,07 ขอเอกสารเพิ่มครั้งที่ 3 Thu Jul 12, 2007 2:56 am

ตอนนี้เครียดมากเลยคะ โดนขอเอกสารเพิ่มอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เค้าบอกเรา passport มีปัญหา ตรง place of birth ไม่ตรงกับ birth certificate คะ ปวดหัวจัง เค้าบอกให้ไปเปลี่ยน place of birth ใน passport ให้ตรงตามใน birth certificate แต่หนูก็ไม่เข้าใจ เค้าจะเปลี่ยนให้เราแบบไหนรึต้องเปลี่ยนทั้งเล่ม หนูก็เลยรีบไปเปลี่ยนที่ กงสุลเค้าก็บอกว่าถ้าเปลี่ยนต้องเปลี่ยนทั้งเล่มเลย หนูก็ ok แต่หนูสงสัยตรงที่ passport เล่มไหม่ก็ต้องเป็นรหัส passport อันไหม่ หนูข้องใจมากเลยคะ ถ้าเปลี่ยนเล่มไหม่แล้วรหัส passport มันไม่ตรงกะอันเก่า จะเป็นอะไรมั้ยคะ ตอนนี้สับสนในชีวิตมากๆ เลยคะ ใครก็ได้ตอบหนูทีนะคะ pleaseeee!!!!!!!!

Saturday, June 23, 2007

K1-2007 โม Jun04 เคยถูกส่งกลับ 9 ปีที่แล้ว รับ Jun13,07


K1-2007 โม Jun04 เคยถูกส่งกลับ 9 ปีที่แล้ว รับ Jun13,07
เป็นสมาชิกใหม่ค่ะ กำลังรอสัมภาษณ์เดิอนพ.ค18 นี้ค่ะ เป็นวีซ่าคู่หมั้นเคยมีประวัติถูกส่งกลับ 9 ปีที่แล้ว และคราวนี้ ต้องเสียเงิน 335 $ (immigrat visa application peocessing fee) และ $45 (surcharge to immigrant visa) เคยทราบว่าวีซ่าที่เป็น non immigration ไม่ใช่หรือค่ะ มีใครต้องเสียตังขนาดนี้บ้าง และต้องไปเสียที่ไปรษณีย์อีก $100 อีกหรือไม่
แนะนำด้วยนะคะ ถ้ามีข้อบกพร่องอะไรช่วยแนะนำด้วยนะคะ
เมธาพร
medhapond Wed Jun 13, 2007 5:37 pm ไชโย ได้วีซ่าแล้วคะ เพิ่งได้วันนี้เองกว่าจะได้ ต้องไปสถานทูตทั้งหมด 4 รอบ เพราะวันที่ 4 มิ.ย. บอกให้ไปสัมภาษณ์ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ เบี้ยวเฉยเลย เลยต้องรอไปอีก 1 อาทิตย์ แต่ในที่สุดก็ได้แล้ววันนี้ เขาให้จนถึง กลางเดือนกันยายนรวม 3 เดือน แต่ยังไม่อยากไป เร็วมาก กะว่า อีกประมาณ 2 เดือนแล้วค่อยไป ดีไหม เพราะมีบางคนบอกว่าเราควรจะไปให้เร็วที่สุดเพราะ case เราไม่ปกติเหมือนคนอื่น เดี๋ยวทาง port of entry เขาอ้างว่าไม่ใส่ใจอาจจะไม่ให้เข้าประเทศก็ได้ 

แล้วมีใครทราบไหมค่ะว่า เราสามารถจอง two ways ticket ได้ไหมนะคะ หรือจะต้องจอง one way ticket จะดีกว่า มีใครมีประสบการณ์ช่วยบอกเอาบุญเถิดค่ะ เพราะจะต้องรีบจองแล้ว จริงๆ แล้วอยากไปช้ากว่านี้เพราะเราไม่ได้เตรียมตัวเลย เพราะคิดว่า เคส เราอาจจะผ่านยากนะคะ จะต้องสะสางงานที่นี่ก่อน และมีอะไรให้ทำเยอะเลยกลัวว่า 1 เดือนจะไม่ทันนะคะ 

อีกอย่างหลังจากไปแล้วที่โน่นจะต้องทำอะไรบ้างนะคะ ใครรู้ช่วยตอบที นะคะ จักเป็นพระคุณอย่างสูงทีเดียว เทียว 

โมค่ะ

Thursday, December 28, 2006

K1-2006 แหวน Dec20,06 แฟนมี conviction (IMBRALaw)@U


K1-2006 แหวน Dec20,06 แฟนมี conviction (IMBRALaw)@UT waenphetch

ก่อนเล่าต้องขอขอบคุณ เว็บไซด์ เรื่องข้อมูล และพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกคนในเว็บ ที่เคยช่วยตอบคำถามนะค่ะ โดยเฉพาะ พี่แนท พี่อ้อ น้องเพื่อน พี่บี และคนอื่น ๆ ที่แหวนไม่ได้เอ่ย ถึง ขอบคุณเพื่อนเกษมาก ๆ ด้วย ช่วยตลอดทุกเรื่อง อ้อ พี่ปลา ที่คอยให้กำลังใจ และก็ขาเม๊า น้องตุ๊กตื่น น้องนิค คุณฝ้าย พี่น้ำที่น่ารัก เอ๊ะ พี่ฝนด้วยนี่ 

เริ่มเล่าเลยนะค่ะ แหวนมีคิวสัมภาษณ์ 7 โมงเช้าค่ะ ไปถึงก็ก่อนเวลา รอคิวนาน ก่อนเข้าสถานทูต ได้สัมภาษณ์ก็ประมาณ 10.30 เอกสารแหวนก็เรียงตามนี้นะค่ะ 1. เอกสารของเรา 1. Official documents from the U.S. government; USCIS, NVC, Consulate1.1 Interview letter (interview date December 20
พี่อ้อ ขอบคุณนะค่ะ แต่ไม่เก่งหรอก พี่ สถานการณ์มันพาไป เพราะที่จริงแล้วกฏหมายตัวนี้ไม่ใช่สาเหตุที่จะไม่ทำให้เราได้วีซ่า จุดประสงค์คือต้องการให้เราคู่หมั้นตระหนักและคิดให้รอบคอบค่ะ แหวนซื้อตั๋วแล้วนะ พี่(ใจร้อน) ถ้าไม่ได้ก็มีหลาย ๆ เรื่องที่จะต้องแก้ค่ะ ที่ยูท่าร์ตอนนี้ก็ อากาศติดลบนะค่ะ (ไม่ชอบอากาศหนาว 36_1_26 

คุณเปิ้ล เคสของคุณอย่าได้ยุ่งยากเหมือนแหวนนะค่ะ เตรียมตัวให้พร้อมนะจ้า
คุณด้า ใช่ค่ะ คุณด้าเข้าใจถูก แหวนถึงเถียงยังไงล่ะค่ะ เพราะแหวนมีเพื่อนในเว็บ visajourney ที่เขามีกรณีเขาคล้าย ๆ กับแหวน แต่ทาง สถานทูต เขายังไม่เคยมีกรณีเคส imbra law เขาต้องเช็คที่ทาง อเมริกา อีกครั้งว่านอกจากบอกคู่หมั้นแล้วต้องทำยังไงต่อ คือว่าเขาไม่รู้ว่า จะ handing the case ยังไง สรุปเคสนั้น เขาก็ให้วีซ่าไป แค่บอกตอนสัมภาษณ์ หลังจาก 3 วันก็ได้ วีซ่า (แหวนไม่อยากรอ เพราะแหวนรอมา 7 เดือนแล้วนับตั้งแต่ยื่นเรื่องค่ะ) มันชัวร์มากที่เขาต้องให้เราแต่ช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง ขณะนั้นแหวนไม่คิดอะไรมาก รู้แต่ว่า แหวนต้องแสดงให้เขารู้ว่า เรายังไงก็ยอมรับตัวเขา คนรักกันต้องให้โอกาสกันเสมอใช่เปล่า ค่ะ ยังไงก็ขอบคุณนะค่ะ แล้วเคสคุณด้าถึงไหนแล้วเอ่ยพี่อ้อ ขอบคุณนะค่ะ แต่ไม่เก่งหรอก พี่ สถานการณ์มันพาไป เพราะที่จริงแล้วกฏหมายตัวนี้ไม่ใช่สาเหตุที่จะไม่ทำให้เราได้วีซ่า จุดประสงค์คือต้องการให้เราคู่หมั้นตระหนักและคิดให้รอบคอบค่ะ แหวนซื้อตั๋วแล้วนะ พี่(ใจร้อน) ถ้าไม่ได้ก็มีหลาย ๆ เรื่องที่จะต้องแก้ค่ะ ที่ยูท่าร์ตอนนี้ก็ อากาศติดลบนะค่ะ (ไม่ชอบอากาศหนาว 36_1_26 คุณเปิ้ล เคสของคุณอย่าได้ยุ่งยากเหมือนแหวนนะค่ะ เตรียมตัวให้พร้อมนะจ้า
คุณด้า ใช่ค่ะ คุณด้าเข้าใจถูก แหวนถึงเถียงยังไงล่ะค่ะ เพราะแหวนมีเพื่อนในเว็บ visajourney ที่เขามีกรณีเขาคล้าย ๆ กับแหวน แต่ทาง สถานทูต เขายังไม่เคยมีกรณีเคส imbra law เขาต้องเช็คที่ทาง อเมริกา อีกครั้งว่านอกจากบอกคู่หมั้นแล้วต้องทำยังไงต่อ คือว่าเขาไม่รู้ว่า จะ handing the case ยังไง สรุปเคสนั้น เขาก็ให้วีซ่าไป แค่บอกตอนสัมภาษณ์ หลังจาก 3 วันก็ได้ วีซ่า (แหวนไม่อยากรอ เพราะแหวนรอมา 7 เดือนแล้วนับตั้งแต่ยื่นเรื่องค่ะ) มันชัวร์มากที่เขาต้องให้เราแต่ช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง ขณะนั้นแหวนไม่คิดอะไรมาก รู้แต่ว่า แหวนต้องแสดงให้เขารู้ว่า เรายังไงก็ยอมรับตัวเขา คนรักกันต้องให้โอกาสกันเสมอใช่เปล่า ค่ะ ยังไงก็ขอบคุณนะค่ะ แล้วเคสคุณด้าถึงไหนแล้วเอ่ย
คุณเปิ้ล เคสของคุณอย่าได้ยุ่งยากเหมือนแหวนนะค่ะ เตรียมตัวให้พร้อมนะจ้า
คุณด้า ใช่ค่ะ คุณด้าเข้าใจถูก แหวนถึงเถียงยังไงล่ะค่ะ เพราะแหวนมีเพื่อนในเว็บ visajourney ที่เขามีกรณีเขาคล้าย ๆ กับแหวน แต่ทาง สถานทูต เขายังไม่เคยมีกรณีเคส imbra law เขาต้องเช็คที่ทาง อเมริกา อีกครั้งว่านอกจากบอกคู่หมั้นแล้วต้องทำยังไงต่อ คือว่าเขาไม่รู้ว่า จะ handing the case ยังไง สรุปเคสนั้น เขาก็ให้วีซ่าไป แค่บอกตอนสัมภาษณ์ หลังจาก 3 วันก็ได้ วีซ่า (แหวนไม่อยากรอ เพราะแหวนรอมา 7 เดือนแล้วนับตั้งแต่ยื่นเรื่องค่ะ) มันชัวร์มากที่เขาต้องให้เราแต่ช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง ขณะนั้นแหวนไม่คิดอะไรมาก รู้แต่ว่า แหวนต้องแสดงให้เขารู้ว่า เรายังไงก็ยอมรับตัวเขา คนรักกันต้องให้โอกาสกันเสมอใช่เปล่า ค่ะ ยังไงก็ขอบคุณนะค่ะ แล้วเคสคุณด้าถึงไหนแล้วเอ่ย

คุณด้า ใช่ค่ะ คุณด้าเข้าใจถูก แหวนถึงเถียงยังไงล่ะค่ะ เพราะแหวนมีเพื่อนในเว็บ visajourney ที่เขามีกรณีเขาคล้าย ๆ กับแหวน แต่ทาง สถานทูต เขายังไม่เคยมีกรณีเคส imbra law เขาต้องเช็คที่ทาง อเมริกา อีกครั้งว่านอกจากบอกคู่หมั้นแล้วต้องทำยังไงต่อ คือว่าเขาไม่รู้ว่า จะ handing the case ยังไง สรุปเคสนั้น เขาก็ให้วีซ่าไป แค่บอกตอนสัมภาษณ์ หลังจาก 3 วันก็ได้ วีซ่า (แหวนไม่อยากรอ เพราะแหวนรอมา 7 เดือนแล้วนับตั้งแต่ยื่นเรื่องค่ะ) มันชัวร์มากที่เขาต้องให้เราแต่ช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง ขณะนั้นแหวนไม่คิดอะไรมาก รู้แต่ว่า แหวนต้องแสดงให้เขารู้ว่า เรายังไงก็ยอมรับตัวเขา คนรักกันต้องให้โอกาสกันเสมอใช่เปล่า ค่ะ ยังไงก็ขอบคุณนะค่ะ แล้วเคสคุณด้าถึงไหนแล้วเอ่ย
vanda wrote::FL: ดีใจด้วยค่ะ แต่ที่เขาจะไม่ให้ เพราะเขาก็ห่วงผู้หญิงที่จะไปแต่งงานแต่ถ้าเรายอมรับข้อนั้นได้ เขาก็ให้วีซ่าค่ะ อันนี้ความเห็นด้านะ
ดีใจด้วยค่ะ ไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับ กม ที่ว่ามากนัก แต่ก็คิดเหมือนด้านะ เพราะหากเป็นพ่อแม่หรือญาติ หากเค้าทราบเรื่องว่า เป็นยังไงก็คงมีคำถามหลาย ๆ คำถามตามมาเหมือนกับทางสถานทูต เพราะว่าเป็นห่วง ก็ถือว่าเป็น กม ที่ดี ดูแลผู้หญิงไทยในขั้นต้น อย่างน้อย ๆ ก็ให้ทั้งคู่หมั้นเราและเราตระหนักในจุดนี้ เพราะตรงนี้แค่จุดเริ่มต้น เมื่อมาดำเนินชีวิตในอเมริกา ไม่ว่าจะอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ถือว่าเราได้ยอมรับตรงจุดนั้น welcome to america ค่ะwelcome to america ค่ะคุณ เอ็ม ก่อนอื่นต้องขอบคุณอีกครั้งสำหรับข้อมูลบนเว็บ เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ แหวนก็ไม่ได้ชำนาญอะไรมากมายค่ะ เรื่อง Imbra law แต่แหวนเริ่มศึกษาอย่างจริงจังประมาณ เดือนมิถุนายน เพราะแฟนมี ประวัติ ประมาณนั้น มันเป็นกฏหมายใหม่อย่างว่า เราก็ไม่ใช่นักกฏหมาย ตอนนั้นแฟนก็คุยกับ immigration attorney ด้วยค่ะ เราทั้งคู่ก็ศึกษาจาก visajourney จากข้อมูลคนอื่นที่คล้าย ๆ กันค่ะ แต่คนละสถานทูตเท่านั้นเอง วันสัมภาษณ์ แหวนปริ๊นกฏหมายไปเกือบหมดที่เกี่ยวข้อง (เผื่อสถานทูตถาม) ส่วนครอบครัวแหวนก็บอกทางบ้านหมดค่ะ เขาก็ไม่รังเกียจแฟน แหวนเลย เขาเคยดื่มมาก มาก่อนจนเกิดเรื่อง ซึ่งตอนนี้เขาก็เลิกแล้ว (ถึงได้คิดมีครอบครัว อิอิ นั้นแหละที่ทำให้แกโสดสนิท) เราก็คุยกันตลอดแต่คุยกันมากก็ทำให้แฟนเราเครียด ค่ะ ไม่รู้เราต้องเจออะไรบ้างที่อเมริกา แต่ช่วงเวลาที่เราทำเรื่องด้วยกัน เวลาแห่งการรอคอย มันทำให้เราเข้าใจและเห็นใจกันมากขึ้นค่ะ 

คุณด้า เห็นคุณด้าโพสส์เยอะ แต่แหวนไม่ค่อยรู้อะไรมากก็เลยไม่ค่อยแจมจ้า อยากแจมบ้าง แต่ยุ่ง ๆ สุด ๆ เดี๋ยวไป ที่โน่น จะหัด แจม บ่อย ๆ ขึ้น ตอนนี้ห้างที่เมืองไทย และหลาย ๆ สถานที่ มีลดกระหน่ำ ขนมาเถอะค่ะ เงิน รับรองจะไม่พลาด 36_1_25



คุณ เอ็ม ก่อนอื่นต้องขอบคุณอีกครั้งสำหรับข้อมูลบนเว็บ เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ แหวนก็ไม่ได้ชำนาญอะไรมากมายค่ะ เรื่อง Imbra law แต่แหวนเริ่มศึกษาอย่างจริงจังประมาณ เดือนมิถุนายน เพราะแฟนมี ประวัติ ประมาณนั้น มันเป็นกฏหมายใหม่อย่างว่า เราก็ไม่ใช่นักกฏหมาย ตอนนั้นแฟนก็คุยกับ immigration attorney ด้วยค่ะ เราทั้งคู่ก็ศึกษาจาก visajourney จากข้อมูลคนอื่นที่คล้าย ๆ กันค่ะ แต่คนละสถานทูตเท่านั้นเอง วันสัมภาษณ์ แหวนปริ๊นกฏหมายไปเกือบหมดที่เกี่ยวข้อง (เผื่อสถานทูตถาม) ส่วนครอบครัวแหวนก็บอกทางบ้านหมดค่ะ เขาก็ไม่รังเกียจแฟน แหวนเลย เขาเคยดื่มมาก มาก่อนจนเกิดเรื่อง ซึ่งตอนนี้เขาก็เลิกแล้ว (ถึงได้คิดมีครอบครัว อิอิ นั้นแหละที่ทำให้แกโสดสนิท) เราก็คุยกันตลอดแต่คุยกันมากก็ทำให้แฟนเราเครียด ค่ะ ไม่รู้เราต้องเจออะไรบ้างที่อเมริกา แต่ช่วงเวลาที่เราทำเรื่องด้วยกัน เวลาแห่งการรอคอย มันทำให้เราเข้าใจและเห็นใจกันมากขึ้นค่ะ คุณด้า เห็นคุณด้าโพสส์เยอะ แต่แหวนไม่ค่อยรู้อะไรมากก็เลยไม่ค่อยแจมจ้า อยากแจมบ้าง แต่ยุ่ง ๆ สุด ๆ เดี๋ยวไป ที่โน่น จะหัด แจม บ่อย ๆ ขึ้น ตอนนี้ห้างที่เมืองไทย และหลาย ๆ สถานที่ มีลดกระหน่ำ ขนมาเถอะค่ะ เงิน รับรองจะไม่พลาด 36_1_25คุณด้า เห็นคุณด้าโพสส์เยอะ แต่แหวนไม่ค่อยรู้อะไรมากก็เลยไม่ค่อยแจมจ้า อยากแจมบ้าง แต่ยุ่ง ๆ สุด ๆ เดี๋ยวไป ที่โน่น จะหัด แจม บ่อย ๆ ขึ้น ตอนนี้ห้างที่เมืองไทย และหลาย ๆ สถานที่ มีลดกระหน่ำ ขนมาเถอะค่ะ เงิน รับรองจะไม่พลาด 36_1_25


P' Fon, Thank Mak Mak kha...but I think if you were me you would do the same Kha...now in Utah..sitll JetLag..kha...Tired Mak Mak Loey... 36_1_4 , but Happy to be with my Tee Rak
mayujung Thanks Kha. 
P'Noi, haha you know who I am very well...I will call you Kha... now I am very tired from JetLag, Thanks for letting me know this website you are the person who let me know the first...Thankssssssssssss

P'Zara Yes, Kha I have told every thing to Robert Kha... we have done all processes by ourselves. no problem P'Zara you can askme whatever you want kha... I want to write in Thai, but I haven't set up my laptop yet (... 36_1_12 in my opinion, the consular officer just wanted to make sure that I have know my fiancee past convictions kha....just be yourself at the interview, be confident and don't be nervious kha... I had a nice trip Kha... but still JetLag 36_1_26 
K.Wan (sorry if your name in english is wrong)... hope your interview goes well na kha... see you in USA soon

TukTun, be prepared for your situation, both documents and yourself ha ha ha 36_1_13 any question don't hesitate to ask P'Waen Dai Na Nong.... K.Pae, I think if you were me you would fight for your love....just be yourself and try to prove that you and your fiancee love each and know each other well....I think if USCs have filled K1 for foreign fiance within the past 2 years or ever filled 2 petitions or more they will effect IMBRA Law (I cannot remember where I save that law I will PM you later when I install my Laptop here) anyway you have to be prepared both yourself and documents like TukTun... Good luck Kha...
K.Da...Thanks for helping me to reply 36_1_13 

P'Pla, Thanks for your support.... we should be proud to Be Thai ladies, Girls, Women ha ha ha 36_1_13 Best wishes for both P'Chang Noi and you Kha.... 

Nong Nikki.... I am now in Utha Ja............ little bit JetLag 36_1_26 Cold 36_1_26 .....well you will be fine for your case Jaaaaaaaaa......see you soon in US.....I have lots to talk ha ha ...but ...wait until I set up my laptop...
Thanks for all ... Merry X' Mas and Happy New Year Kha.....


คุณริน ขอบคุณนะค่ะ เดี๋ยวคุณรินก็คงจะได้ รู้วันสัมภาษณ์ ไว ๆ นี้นะแหละนะ

ขอให้โชคดีแล้วกันนะค่ะ คุณอ้อย สำหรับกรีนการ์ด

Friday, October 13, 2006

K1-2006 สัมภาษณ์วุ้น a_wallapa วุ้นเคยโดนส่งตัวกลับเพราะว่าทางคนตรวจคนเข้าเมืองบอกว่า วีซ่าของวุ้นผิดประเภท

K1-2006 สัมภาษณ์วุ้น a_wallapa วุ้นเคยโดนส่งตัวกลับเพราะว่าทางคนตรวจคนเข้าเมืองบอกว่า วีซ่าของวุ้นผิดประเภท 

สวัสดีค่ะ วุ้นได้วีซ่าแล้วค่ะ จะเดินทางวันที่ 16 นี้ วุ้นอยากเล่ากรณีของวุ้นในวันสัมภาษณ์ค่ะว่าลุ้นมาก กลัวว่าจะไม่ได้เพราะว่าวีซ่าของวุ้นเคยโดน revoked มาก่อน วุ้นเคยโดนส่งตัวกลับเพราะว่าทางคนตรวจคนเข้าเมืองบอกว่า วีซ่าของวุ้นผิดประเภท ต้องเป็นวีซ่าคู่หมั้น เขากลัวว่าวุ้นจะเข้าไปแต่งงาน เพราะว่าแฟนวุ้นเขามารับที่เมืองไทยแล้วกลับไปด้วยกัน แต่ขาออกวุ้นออกไม่ได้ถึงจะบอกว่าวุ้นมาเยี่ยมครอบครัวแฟนเขาก็ไม่ยอมก็เลยโดนส่งตัวกลับ แล้วอีกเรื่องคือ วุ้นเข้าออกประเทศอเมริกาหลายครั้ง ครั้งหนึ่งนาน 5-6 เดือน ก็เลยกลัวว่าจะไม่ได้วีซ่า เพราะวุ้นได้สัมภาษณ์ 7.00 แต่กว่าจะได้สัมภาษณ์ ก็ 10.00 โมงกว่า คนที่มาทีหลังก็ได้สัมภาษณ์ก่อน ทำให้ใจแป๋วไปเหมือนกัน แต่สรุปแล้ววุ้นได้วีซ่า โดยโดนซักไปหลายข้อมาก ๆ ประมาณ 10 กว่าข้อได้ค่ะ เริ่มจาก

1. คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม 
2. คุณเจอแฟนคุณที่ไหน
3. เจอกันตอนไหน
4. เจอกันได้อย่างไร
5. แฟนคุณเคยมาเจอคุณไหม
6. กี่ครั้ง
7. ครั้งหนึ่งนานเท่าไร
8. คุณเคยโดน refuse วีซ่า แล้วทำไมตอบว่าไม่เคย (อันนี้วุ้นตอบว่า คิดว่า refuse กับ revoke แตกต่างกัน แล้วก็แก้ไข ต่อด้วยขอโทษค่ะ แล้วเขาก็ตอบว่าไม่เป็นไร)
9. คุณเคยไปอเมริกา ไปทำไม
10. แฟนคุณเคยแต่งงานไหม
11. แฟนคุณมีลูกไหม
12. คุณเคยแต่งงานไหม
13. แฟนคุณหย่ากับภรรยาก่อนที่จะมาเจอคุณหรือเปล่า (หย่าก่อนเจอค่ะ ปีกว่า ๆ) 
14. พี่สาวคุณอยู่รัฐอะไร
15. ที่ไปอเมริกาก็ไปเยี่ยมพี่สาวคุณใช่ไหม (ค่ะไปเยี่ยม, ไปเที่ยว แล้วก็ไปดูคุณแม่ด้วยค่ะ)

พรุ่งนี้คุณมารับวีซ่า 15.00 น่ะคะ นั่งรอเรียกชื่อน่ะค่ะ โชคดีค่ะ (โชคดีเช่นกันค่ะ)

โดนซะน่วมเลยค่ะ แต่สุดท้ายก็ได้วีซ่ามาแล้ว วุ้นขอขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคนน่ะค่ะ ที่ช่วยเหลือเข้ามาตอบคำถามของวุ้น ดีใจมาก ๆ ค่ะ แล้วจะกลับมาเยี่ยมเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนในบ้านหลังนี้อีกครั้งตอนที่วุ้นไปถึงที่นั่นน่ะค่ะ :K:


Fri Oct 13, 2006 11:48 pm

Sunday, June 25, 2006

Immigrant-2006 Son & Daughter Green card ของผม


Immigrant-2006 Son & Daughter Green card ของผม Sun Jun 25, 2006 1:54 pm

มาแล้วคร้าบบบบ ขอโทษที่อาจจะมา post ช้าไปหลายวัน คือพอดีพึ่งเปลี่ยน Notebook ใหม่ keyboard มันก็เลยไม่มีภาษาไทย (พิมพ์ลำบาก) เมื่อวานนี้ไปซื้อ Sticker มาแปะ ตอนนี้ก็พิมพ์ได้พริ้วเหมือนเดิมแล้วครับ อะ มาเข้าเรื่อง

คุณแม่ผมเข้า USA ด้วย Green card เมื่อประมาณ 9 ปีก่อน จากนั้นเค้าก็ทำงานๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนต่อมาเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน เค้าก็ไปสอบเป็น Citizen พอได้เป็น Citizen แล้วซักพักนึง เพื่อนๆคุณแม่เค้าก็แนะนำว่า "เออนี่ เป็น Citizen ทำไมไม่ทำเรื่องเอาลูกมาอยู่ที่นี่ด้วยกันล่ะ?" คุณแม่ก็เอาเลยครับ ไปจ้างทนายให้ทำเรื่องให้ (ซึ่งจริงๆเค้าว่ากันว่าไม่ต้องใช้ทนายก็ค่าเท่ากัน แต่คุณแม่ผมประเภทแบบเสียเงินไม่ว่า ชั้นจะเอาลูกชั้นมาให้ได้ กลัวไม่ชัวร์ อะไรประมาณเนี้ยครับ) ตอนนั้นที่ทำเรื่องไป Passport ของผมยังเป็นเล่มเก่าอยู่ (ใช้มาตั้งแต่เด็ก) ซึ่งตอนนั้นชื่อภาษาอังกฤษสะกด PHAHON ต่อมา Passport หมดอายุ 1-2 ปีผมก็ไปทำเล่มใหม่ ทีนี้ด้วยความเปรี้ยว PHAHON มันดูไม่ work เลยใช้ PAHOL (ซึ่งตอนนี้คิดๆดูน่าจะใช้ PAHON มากกว่า) Passport เล่มใหม่ของผมเลยเป็นชื่อ PAHOL

เวลาผ่านไปตั้งแต่เริ่มทำเรื่อง(ประมาณ 3-4 ปี) ก็มีจดหมายมาที่บ้าน ข้างในเป็น Form DS230-I ทนายส่งมาให้กรอกเสร็จแล้วให้ส่งกลับไปที่ USA ผมก็กรอกๆๆๆ ไป เสร็จแล้วก็ส่งคืน ต่อมาอีกประมาณ 5-6 เดือน จดหมายมาอีกแล้วครับ ทีนี้มาจากสถานฑูตอเมริกัน มีเอกสารมาปึกนึง เนื้อความประมาณว่า ให้ไปสัมภาษณ์ Green card ที่สถานฑูตวันที่ XX เดือน XX โดยเตรียมเอกสารดังนี้ไปด้วยในวันสัมภาษณ์

1. จดหมายฉบับนี้
2. Form DS230-II ที่กรอกเรียบร้อย
3. ใบเกิด
4. ใบรับรองจากตำรวจ
5. ใบตรวจร่างกายจากโรงพยาบาล (กำหนดชื่อหมอกับโรงพยาบาลอีกต่างหาก)
6. Passport
7. รูปถ่ายสีขนาด 2x2 จำนวน 2 ใบ

** ตอนกรอกใน Form DS203-II ช่อง First name ใส่ไปว่า PAHOL ส่วนช่อง Other names used ใส่ว่า PHAHON ครับ เค้าจะได้รู้ว่าคนเดียวกัน

ใบรับรองจากตำรวจ
ไปที่กรมตำรวจ (ปัจจุบันคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) อยู่แถวสยามอะครับ หาไม่ยาก เอาพวกสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน passport ไปด้วย (ผู้ชายก็เอา สด.9 ไปด้วย) เข้าไปเลยครับอาคารเท่าไหร่จำไมได้ แต่ในจดหมายจะมีบอก ไปที่ชั้น 1 จะมีเจ้าหน้าที่คอยท่าอยู่แล้วครับ (ถ้าไปผิดตึก เค้าจะให้ขึ้นไปชั้น 10 กว่าๆ ซึ่งอันนั้นไม่ใช่ที่เราต้องการขอครับ) เจ้าหน้าที่จะให้ใบมากรอก กรอกเสร็จก็จะโดนจับพิมพ์ลายนิ้วมือ เสร็จแล้วก็ไปอีกห้องเพื่อ*ถ่ายรูป* ทีนี้ก็ไปรับใบนัด ว่าจะไปรับเอกสารได้เมื่อไหร่ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ครับ

* ขอบ่นตอนถ่ายรูปนิดนึง ตอนผมไปถ่ายรูปมีผู้หญิง 2 คน เป็นนักศึกษา (ผมก็นักศึกษา)
เจ้าหน้าที่ : เอ้านั่ง
เจ้าหน้าที่กดคอมเพื่อถ่ายรูป
เจ้าหน้าที่ : เอ้าเสร็จแล้วไปได้
ผม : ขอบคุณครับ

ทีนี้ตาผู้หญิง
เจ้าหน้าที่ : นั่งเลยจ้ะหนู
เจ้าหน้าที่ : จะเอาแบบธรรมดาหรือหน้ายิ้ม? ยิ้มดีกว่าเนอะรูปจะได้สวยๆ
เจ้าหน้าที่กดคอมถ่ายรูป
เจ้าหน้าที่ : เอ้ามาดูซิ ใช้ได้มั๊ย ไม่ชอบเดี๋ยวให้ถ่ายใหม่

ดูมัน.......... ทีเรานะ 1-2-3 ไปได้ เซ็งมาก

ใบตรวจร่างกาย
ในจดหมายระบุว่าให้ไปโรงพยาบาล XXXX ก็ไปตามนั้นเลยครับ ถ้าสามารถหาใบประวัติการฉีดวัคซีนได้ให้เอาไปด้วยนะครับ สำคัญ ไม่งั้นจะเจอจับฉีดยาอีก 2 เข็ม ไปถึงโรงพยาบาลบอกเค้าเลยครับว่ามาตรวจร่างกายเพื่อขอวีซ่า USA เค้ารู้กันอยู่แล้วครับ ทำตามเจ้าหน้าที่บอกง่ายๆ (แต่เจ็บตัว) สิ่งที่ต้องทำ
1. โดนเจาะเลือดไปตรวจ
2. X-ray
3. วัดสายตา
4. ฉีดวัคซีน (ถ้าไม่มีประวัติการฉีดวัคซีนไป)
ค่าใช้จ่ายประมาณ 2xxx บาท ครับ

การแปลเอกสาร
แปลที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าเอาชัวร์ก็ไปแถวๆรถไฟฟ้าเพลินจิตอะครับ ร้านไหนก็ได้ลองดูๆ ราคาค่าแปลอย่าให้เกิน 300 บาท (บางร้าน 250) สอบถามราคาดูก่อนก็ได้ครับ

** บางร้านจะบอกว่าต้องเอาเอกสารไปปั๊มที่กระทรวงต่างประเทศ ขอย้ำว่า "ไม่ต้อง" เสียเงินเปล่าๆครับ แค่ให้ร้านแปลแล้วประทับตราร้าน.... จบ

วันสัมภาษณ์
ไปสถานฑูตตามเวลาที่กำหนด (ก่อนเวลาไม่ว่า แต่อย่า late) ไปถึงเดินดุ่ยๆเข้าไปเลยครับไม่ต้องสนใจใคร เข้าไปหน้าต่าง 5 ถ้ามีเจ้าหน้าที่อยู่ก็ยื่นเอกสารเลย แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ก็คอยที่หน้าต่างเดี๋ยวเค้าก็มาครับ เค้าจะเอาไปเท่าที่เค้าต้องการ อันไหนไม่ใช้จะคืนมาให้ เสร็จแล้วก็นั่งรอเรียกชื่อครับ (ระยะเวลาในการรอ 1-3 ชั่วโมง) เอาหนังสือไปอ่านเล่นก็ดีครับ จะได้ไม่เบื่อ แนะนำให้กินข้าวเช้าก่อนเข้าไปด้วย ไม่งั้นจะหิวมากกกกกกกกกกกกกก

พอเค้าเรียกชื่อเราก็ไปเลยครับ
ตอนผมสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ (ฝรั่ง) พยายามจะถามว่าแม่ผมไปอยู่ที่นู่นนานเท่าไหร่แล้ว แต่เจ๊เธอไม่สามารถสื่อสารให้รู้เรื่องได้ ผมเลยบอกเค้าไปว่า สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษก็ได้ครับ อาจจะง่ายกว่า ที่เค้าถามก็มี
เจ้าหน้าที่ : คุณแม่เป็น US citizen หรือคะ?
ผม : ใช่ครับ
เจ้าหน้าที่ : คุณแม่อยู่ที่นู่นนานเท่าไหร่คะ?
ผม : ประมาณ 9-10 ปี ครับ
เจ้าหน้าที่ : แล้วทำไมตั้งนานเค้าพึ่งจะทำเรื่องให้คุณตอนนี้ล่ะคะ
อ้าวเวร นานบ้าไรเจ๊ กว่าคุณแม่จะได้สอบ citizen กว่าจะเดินเรื่องเสร็จ กว่าจะได้สัมภาษณ์ ไม่ได้เร็วเหมือนต้มมาม่านะครับ
ผม : คือ.... แม่เค้าไม่ค่อยรู้กฏหมายครับ พอรู้ว่าสามารถขอ Green card ให้ได้ เค้าก็ทำเลย
เจ้าหน้าที่ : หรือคะ? แล้วแม่คุณแต่งงานใหม่รึเปล่าคะ?
ผม : แต่งครับ
เจ้าหน้าที่ : แล้วมีใบทะเบียนสมรสมั๊ยคะ?
ผม : ไม่ได้เอามาครับ
เจ้าหน้าที่ : แล้วใบหย่าระหว่างพ่อกับแม่ของคุณล่ะคะ?
ผม : ไม่ได้เอามาครับ
เจ้าหน้าที่ : OK.... ถ้างั้นคุณไปเอาเอกสาร 2 อย่างนี้มานะคะ
เจ้าหน้าที่เขียนอะไรขยุกขยิกแล้วก็ยื่นเอกสารมาให้ชุดนึง
เจ้าหน้าที่ : นำเอกสาร 2 อันนั้นมา พร้อมกับ passport แล้วก็เอกสารนี้นะคะ จะนำมาวันไหนก็ได้ค่ะ จันทร์ พุธ ศุกร์ เวลา 13.00-15.00น.
ผม : แล้วต้องแปลมาด้วยมั๊ยครับ?
เจ้าหน้าที่ : แปลมาก็ดีค่ะ จะได้ง่ายสำหรับเรา
จ้าๆ แปลก็แปล

สรุปแล้วไปสัมภาษณ์วันแรกก็ต้องกลับบ้านก่อน กลับถึงบ้านผมก็โทรหาคุณแม่ที่ USA บอกว่าเค้าอยากดูใบหย่า กับ ทะเบียนสมรส วันรุ่งขึ้น คุณแม่ก็ไปส่งจดหมายครับ ใช้เวลา 4-5 วัน มาถึงเมืองไทย (แม่ไม่ใช้ fedX เพราะรู้จักแต่ post office -.-' )

ไปสถานฑูต รอบ 2
ไปหน้าสถานฑูต เอาเอกสารให้เค้าดูครับ เค้าจะให้บัตรคิวมา รับไปแล้วเข้าไปนั่งรอที่ห้องโถงข้างใน (รอนานเช่นเคย อย่าลืมเอาอะไรไปด้วยแก้เบื่อ) เค้าก็จะเรียกตามบัตรคิว เอาเอกสารไปยื่นแล้วก็นั่งรออีกตามเคย รอไปเรื่อยๆครับ ทำได้อย่างเดียว ทีนี้เค้าจะเรียกชื่อแล้วก็ให้ใบรับวีซ่ามา ในนั้นจะเขียน (ด้วยลายมือชุ่ยๆ) ว่าให้มารับวีซ่าวันที่ XX เวลา บ่าย 3 (รอบนี้ไม่ต้องสัมภาษณ์แล้ว ดีจัง)

ไปสถานฑูตรอบ 3
ไปไม่ต้องเร็วครับ กะเวลาให้ไปถึงประมาณ บ่าย 3 พอดี หรือบ่าย 2 50 ก็ตามสะดวก แต่ขอเตือนว่ายิ่งไปเร็วยิ่งรอนานครับ (ไปแถวๆบ่าย 3 ดีที่สุด) นั่งรอแป๊บนึง จะมีเจ้าหน้าที่มาเรียกครับ บอกว่าคนไทยที่มารับวีซ่าถาวรให้ไปที่ห้องโถงเล็ก (ห้องที่เป็นที่ทำการของ US citizen) อยู่ทางซ้าย เข้าไปนั่งรอเลยครับ เจ้าหน้าที่จะมาพร้อมกับวีซ่าของพวกเรา *ระวัง* เจ้าหน้าที่ค่อนข้างจะเฮี้ยบ นั่งฟังเฉยๆดีที่สุดครับ สาระคร่าวๆ

1. วีซ่าถาวรที่เราได้มามีอายุกำหนดไว้บนวีซ่า เราต้องเข้า USA ให้ได้ ก่อนวันที่วีซ่าจะหมดอายุ ไม่งั้นซวยครับ
2. วีซ่าถาวรของพวกเราพอเข้าไปใน USA ได้ปุ๊บ จะแปรสภาพเป็น Green card ชั่วคราวทันที มีอายุ 1 ปี หลังจากนั้น ภายใน 6 เดือน Green card ของจริงจะส่งมาให้เราที่บ้าน

เท่านี้หละครับ กลับบ้านได้ แล้วก็ซื้อตั๋วเครื่องบินได้เลย

*** เรื่องชื่อที่ไม่ตรงกันระหว่าง passport 2 เล่ม ให้เอาไปทั้ง 2 เล่มเลยครับ ไม่มีปัญหา เพราะว่าเค้าจะเอาตาม passport เล่มใหม่ เค้าไม่ถามด้วยว่าทำไมชื่อไม่เหมือนกัน ฉะนั้นหมดห่วง
ที่มา:- Pompoko

Sunday, April 2, 2006

K1-2006 วรรณ Apr02,06 ถูก Denied Reopened @Oregon 001

K1-2006 วรรณ Apr02,06 ถูก Denied Reopened @Oregon 001


สวัสดีค่ะ....ชื่อวรรณน่ะค่ะ...เป็นสมาชิกใหม่.....มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักค่ะ....ตอนนี้ทำวีซ่าคู่หมั้น K1 ยื่นเรื่องไปเมื่อ 3 เม.ย.49 แต่ปรากฏว่าแฟนดันไปฟอร์เวิร์ด จม. ให้ไปส่งที่สำนักงานบัญชี...จม. ที่ส่งมาจากศูนย์เลยถูกตีกลับตลอด...จน 3 เดือนกว่าผ่านไปโทรตามที่ศูนย์ว่าเกิดอะไรขึ้น.....ซึ่งเราได้ทำเรื่องเปลี่ยนแปลงที่อยู่ไปเรียบร้อยแล้ว ทางศูนย์ตอบกลับมาว่าได้แก้ไขที่อยู่ให้เราเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2549.....แต่ตอนนี้พอโทรไปตามเคส...ตาม LIN ที่ได้มา....เจ้าหน้าที่ไม่ให้ข้อมูลอะไรเลยค่ะ....แต่พอดีมีน้องอนิลเขาหารายละเอียดให้ และบอกว่าลองมาดูที่เวบนี้ ...ก็เลยเข้ามา.....ก็เลยเกิดอาการเข้าใจมากขึ้น.....แล้วอย่างนี้ วรรณ น่าจะได้รับเอกสารที่ต้องกรอกรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อไหร่ไม่รู้................ตอนนี้กลุ้มใจมากๆ ....
สวัสดีค่ะคุณ defrisco ok ยินดีต้อนรับและยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
  • ตอนนี้ทำวีซ่าคู่หมั้น K1 ยื่นเรื่องไปเมื่อ 3 เม.ย.49 แต่ปรากฏว่าแฟนดันไปฟอร์เวิร์ด จม. ให้ไปส่งที่สำนักงานบัญชี...จม. ที่ส่งมาจากศูนย์เลยถูกตีกลับตลอด...จน 3 เดือนกว่าผ่านไปโทรตามที่ศูนย์ว่าเกิดอะไรขึ้น.....ซึ่งเราได้ทำเรื่องเปลี่ยนแปลงที่อยู่ไปเรียบร้อยแล้ว ทางศูนย์ตอบกลับมาว่าได้แก้ไขที่อยู่ให้เราเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2549.....
  • ไม่เข้าใจตรงนี้น่ะค่ะ คุณหมายถึงอะไรหรือคะ คุณหมายถึงแฟนคุณใส่ข้อมูลที่อยู่คุณในฟอร์ม I-129F (บางส่วน) กับ G325A เป็นที่อยู่ที่คุณว่ามาใช่ไหมคะ หากว่าใช่ (อันนี้หมายถึงหากว่าแฟนคุณยังไม่ได้แจ้งย้ายคุณ) ก็รอรับที่อยู่ส่งไปได้นะคะ ดีใจด้วยนะคะ ที่ทาง USCIS เปลี่ยนที่อยู่ให้แล้วน่ะค่ะ (คำถามหรือว่าข้อมูลตรงนี้ของคุณไม่ค่อยเคลียร์นะคะ หากว่าแนทตอบผิดไปก็ต้องขอภัยด้วยนะคะ)

  • แต่ตอนนี้พอโทรไปตามเคส...ตาม LIN ที่ได้มา....เจ้าหน้าที่ไม่ให้ข้อมูลอะไรเลยค่ะ....แต่พอดีมีน้องอนิลเขาหารายละเอียดให้ และบอกว่าลองมาดูที่เวบนี้ ...ก็เลยเข้ามา.....ก็เลยเกิดอาการเข้าใจมากขึ้น.....
  • แนทเดาว่าที่คุณบอกว่าเป็น LIN น่ะ เป็น NOA 1 นะคะ (ลองดูนะคะ หากว่าใช่คือ Form I-797C ค่ะ) เพราะฉนั้นขาก็จะให้ข้อมูลคุณไม่ได้มากหรอกนะคะ (แนทยืนยันจากที่เคยโทรถามค่ะ) เขาก็จะอ่านข้อมูลคุณบนจอมอนิเตอร์น่ะค่ะ เขาไม่ได้มีเอกสารคุณในมือ เพราะว่าเขาเป็นโอเปอเรตอร์น่ะค่ะ 

  • แล้วอย่างนี้ วรรณ น่าจะได้รับเอกสารที่ต้องกรอกรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อไหร่ไม่รู้................ตอนนี้กลุ้มใจมากๆ ....
  • หากว่าคุณทำวีซ่าคู่หมั้นน่ะ
    ขั้นตอนต่อไปยังเป็นหน้าที่ของแฟนคุณอยู่เลยค่ะ 
  • คือรอเรื่องอนุมัติน่ะค่ะ
  • เมื่อเรื่องอนุมัตแล้ว เขาก็จะส่งจดหมายให้แฟนคุณอีก 1 ฉบับ
  • แล้วก็ส่งเรื่องไปไทย
  • แล้วทางกงสุลอเมริกันที่ไทยเขาก็จะส่งเรื่องให้คุณค่ะ
  • ขั้นตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของคุณค่ะ ระหว่างที่รอ คุณก็เข้าไปโหลดข้อมูลเรียนรู้เอกสารที่ทางสถานฑูตเขาจะส่งไปให้ได้พรางไว้ก่อนก็ได้นะคะ ที่นี่ค่ะ http://bangkok.usembassy.gov/services/v ... 20Thai.htm
โชคดีค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะคุณแนท....คือว่าเรื่องของวรรณ...เป็นแบบนี้ค่ะ....ตอนแรกที่กรอกแบบฟอร์ม ไอ 129 เอฟ กรอกรายละเอียกที่อยู่ทั้งสองคนตามที่อยู่จริงเลยค่ะ..แต่ว่าแฟนวรรณเขากลับเมืองไทยบ่อย...( เขาเป็นคนไทยสัญชาติเมกันค่ะ ) ซึ่งก่อนหนเที่เราจะยื่นเรื่องแฟนวรรณ เขาฟอร์เวิร์ด จม. ทุกย่างไปที่สำนักงานบัญชีอยู่แล้ว...แต่พอเรามาทำเรื่อง วีซ่าคู่หมั้นเราไม่รู้ว่า...จม. ของรัฐบาล..จะไม่ฟอร์เวิร์ดไปที่อื่น นอกจากตีกลับ......ก็เลยไม่ได้ทำเรื่องแก้ไขการฟอร์เวิร์ด จม. กับไปรษณีย์ค้ะ....เมื่อเรายื่นเคสไป เราก็ได้แต่รอ...รอไปรอมาไม่มีอะไรมาสักที ปาเข้าไป 3 เดือน....แฟนเลยโทรไปตามเรื่องจึงได้รู้ว่า จม.เราถูกตีกลับ...เนื่องจากเราไปฟอร์เวิร์ดที่อยู่...ที่นี้แฟนก็เลยทำเรื่องแก้ไขที่อยู่เข้าไปใหม่ทางศูนย์ก็ตอบกลับมาเป็น จม. ค่ะว่าได้แก้ไขที่อยู่เราเรียบร้อยแล้ว.....ตั้งแต่ 26 ก.ค.49.....จม.ถึงเรา 9 ส.ค.49....แต่ในเนื้อความของ จม. บอกว่าได้แก้ไขที่อยู่เรียนบร้อยแล้ว....และบอกว่า RFE. will be remailed to new your addrees....ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าไอ้เจ้า RFE. มันคืออะไร....เห็นน้องอนิลบอกว่ามันเกี่ยวข้องกับกฏหมายใหม่ที่ออกมาเพิ่มเติม อะไรประมาณนั้นค่ะ.......วรรณก็ยิ่งสงสัยว่า แล้วแบบนี้เรื่องเราจะอีกนานแค่ใหน...เพราะตอนนี้เราก้ยังไม่ได้รับไอ้เจ้า RFE. เลยค่ะ.......คุณแนท.....พอจะเข้าใจ วรรณ หรือเปล่าค่ะ....ขอโทษน่ะค่ะที่เขียนไม่ค่อยเคลียร์...ทำให้คนอ่านไม่เข้าใจค่ะ.....คุณแนท วรรณยังไม่ได้เจ้า I797C เลยค่ะ...ตั้งแต่ส่งเคสไปได้รับแค่ จม. เปลียนแปลงที่อยู่...บอก LIN และก็บอกว่าจะส่งไอ้เจ้า RFE. ให้เราค่ะ.....ยังงัยรบกวนคุณแนท...ลองอ่านอีกครั้งน่ะค่ะ.....ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะคุณฝน....คุณแหวน....คุณแนท....วรรณ..ได้รับแต่ จม.จากศูนย์ และใน จม.ก็บอก LIN มาด้วยค่ะ....แต่ไม่ใช่ I797C.หรือว่า จม.ตัวนั้นเป็น I797C 
ข้อความใน จ.ม.
Dear ชื่อแฟนค่ะ
On 07/26/2006 you,or the designated representative shown,contacted us abous case. Some of the key information given to us at that time was the following
Caller indicated they are The petitioner
attorney Name Information not avilable
Case type I129F
Filling date 04/03/2006
Reciept LINxxxxxxxxxx
Beneficiary ชื่อ วรรณ ค่ะ
Your USCIS Account Number ( A-number )Information not avilable Non - delivery
Type of service reQuested Non - delivery
Change of Address

The status of service request is:
Recently,you called us to update you address.we have updated in your system an on your application or petition .Thank you for notifying us of your change of address.If you change your address again in the future,please contact customer service at the number provided below.RFE will be remailed to new address.
If you have any future question plese call the National Center at 1-800-375-5283
One final note: When you called you or your representative asked that we update your address n your pending case for the pupose of processing. We have update your address now appears on your application or pettition as the address shown above
......................... ประมาณนี้ค่ะ
ลงท้าย.........U.S Citizenshep and Immigration Service
ช่วยวรรณ...ตัดสินใจหน่อยได้มั๊ยค่ะว่า...มันคืออะไร.......ขอบคุณค่ะ

K1-2006 วรรณ Apr02,06 ถูก Denied Reopened @Oregon 

มีเคสใครที่ถูก Denied เหมือนเราบ้าง...และควรทำงัยดี ???
สวัสดีค่ะ....ชื่อ วรรณ ค่ะ....เรื่องมีอยู่ว่า....
- เรายื่นเรื่อง K1 ไปเมื่อ 27 มี.ค.49 ที่ศูนย์เนบลาสก้า...
- ทางศูนย์ได้รับเรื่อง 3 เม.ย.49...เราก็รอเรื่องรอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ...ก็ยังไม่มีเกสารหรือ จม . ใดๆ จากทางศูนย์ส่งมาให้เราเลย
- จนเวลาผ่านไป 3 เดือน ประมาณ 17 ก.ค. 49 แฟนเราโทร.ไปเช็ค....เราถึงได้รู้ว่า....จม.ที่ทางศูนย์ส่งมาหาแฟนเราถูกตีกลับทุกฉบับ....สาเหตุเนื่องจากแฟนเราทำเรื่องฟอร์เวิร์ด จม.ทุกอย่างไปที่สำนักงานบัญชี ตั้งหลายปีแล้ว ....โดยที่เราไม่ได้นึกว่าจะมีผลกับเคสเรา.....แฟนเราเลยทำเรื่องแก้ไขที่อยู่....
- และประมาณวันที่ 9 ส.ค.49 มีจม.ตอบกลับมาจากศูนย์ว่าได้แก้ไขที่อยู่ให่เราเรียบร้อยแล้ว...และจะส่ง RFE มาให้เรา.....แฟนเราก็รอ...สลับกับโทร.ไปที่ Call center ตลอดเวลา...เจ้าหน้าที่ตอบเราไม่ได้ว่าเคสเราอยู่ที่ใหนขั้นตอนอะไรแล้ว...และเจ้าเอกสารที่จะส่งมาเราก็ไม่รู้เรื่อง
- จนวันที่ 10 ต.ค.49 เราได้รับ จม. แจ้งว่าเคสเราถูก Denied เนื่องจากเราไม่ส่ง RFE กลับไปให้เขาภายใน 12 อาทิตย์......เพราะเขาบอกว่าไดส่ง RFE มาให้เราตั้งแต่เดือน มิ.ย.49 แล้ว...( นั่นมันก็ก่อนที่เราได้ทำการแก้ไขที่อยู่ และก่อนที่เราได้รับ จม. แก้ไขที่อยู่ และบอกว่าจะ Remail Rfe มาให้เรา ) ...พระเจ้าช่วย...กล้วยทอด จริง ๆ แฟนเราไม่เคยได้รับเอกสารใดๆ จากทางศูนย์เลยนอกจาก จม. ฉบับนั้นฉบับเดียว
ตอนนี้เลยต้องพึ่ง ผู้ช่วย สว. เขาก็รับปากว่าจะช่วยให้เคสเราถูกนำกลับมาดำเนินเรื่องต่อให้ได้.....แต่มันก็มีอุปสรรคอีกจนได้....ก่อนหน้าที่แฟนเราจะขอความช่วยเหลือจากผู้ช่วย สว.....แฟนเราเคยขอความช่วยเหลือจากผู้ช่วย สส. ที่เมืองแล้ว 1 ครั้ง...แต่เผอิญเขาลาออกไปแล้ว......ที่นี้พอผู้ช่วย สว. โทรไปที่ ศูนย์เขาบอกว่าเขาจะไม่ฟังใครนอกจากคนของทางสำนักงาน สส. ที่เราเคยไปขอความช่วยเหลือครั้งแรก......แฟนเราก็กลับไปหา สส. ใหม่อีกครั้ง.....แฟนเราวีนแตกมากเลย.....พรุ่งนี้ถึงจะได้พบกับผู้ช่วย สส. คนใหม่ที่มางานแทนคนที่เคยช่วยแฟนเราแต่ดันลาออกไปแล้ว.......เฮ้ย....กลุ้มจัง.....เพื่อนๆ มีวิธีที่พอจะแนะนำให้เราคลายเครียดได้บ้างหรือเปล่าค่ะ...../ วรรณ

    เคสที่ถูก Denied ถูก Reopened แล้วค่ะ

    :FL: วันนี้มี (Oct 12, 2006) ข่าวดีของตัวเองเพิ่มเติมค่ะ.....หลังจากที่แฟนกลับไปหา ผู้ช่วย สส.เมื่อวาน...เขาก็ช่วยเราส่ง mail และก็โทรศัพท์ติดต่อให้.........พอมาตอนเช้าได้รับ mail ตอบจาก Uscis แบบนี้ค่ะ

    The following is the latest information on your case status

    Receipt Number: LINxxxxxxxxxx

    Application Type: I129F , PETITION FOR FIANCE(E)

    Current Status: 

    On October 11, 2006, this case was reopened on a USCIS motion, and the case is now in process. We will mail you a decision as soon as processing is complete. You can use our processing dates to estimate when this case will be done. Follow the the link below for current processing dates. 

    If you have questions or concerns about your application or the case status results listed above, or if you have not received a decision or advice from USCIS within the projected processing time frame*, please contact the National Customer Service Center. 

    National Customer Service Center (800) 375-5283.

    *The projected processing time frame can be found on the receipt notice that you received from the USCIS.
    *** Please do not respond to this e-mail message.


    Sincerely,


    The U.S. Citizenship and Immigration Services (USCIS)

:K: อยากบอกว่ากว่าจะถึงวันนี้แทบ...เป็นบ้าแน๊ะ....เมื่อวานวันที่ 2 พ.ย.49 ได้รับเมลล์จากศูนย์ว่าเคสอนุมัติแล้ว...วรรณทำที่ศูยน์เนบลาสก้าแล้วโอนไปแคลิฟอร์เนีย...ยื่นเรื่องไปตั้งแต่ 3 เม.ย.49 และเขาจะส่ง NOA2 มาให้.....อ่านเท่านี้แหละหัวใจพองโตเล้ยเรา.....
*K1-2006 วรรณd efrisco ok Apr02,06ถูก Denied ถูก Reopened
ส่งแพ็คเก็ต 3 ไปวันที่ 3 ม.ค.50 สถานทูตได้รับ 5 ม.ค.50