Friday, March 10, 2006

K1-2006 แนน Mar09,06 รับ Mar10,06 @TX dewdrop

K1-2006 แนน Mar09,06 รับ Mar10,06 @TX  dewdrop 

ตื่นแต่ตี 5 เลยค่ะวันนี้ เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ งานนี้ฉายเดี่ยวไม่มีแม่ไปเป็นเพื่อนด้วย เพราะงวดที่แล้วที่พาแม่มา แม่นั่งแท๊กซี่แว๊บกลับบ้านไปเลย โดยที่เราไม่รู้เรื่อง เพราะฝากโทรศัพท์ไว้ (สงสัยคงเมื่อยยืนรอเราอยู่ข้างนอกไม่ไหว) พอโทรหาแม่อีกทีถามว่า "แม่ยืนอยู่ตรงไหน แนนหาแม่ไม่เจอ แม่ตอบกลับมาว่า "อยู่บ้าน" อิอิ แล้วเราอยู่หน้าสถานฑูต :D เมื่อคืนก็เลยบอกกับแม่ไปว่าเดี๋ยวแนนไปสถานฑูตเองคนเดียวนะพรุ่งนี้ แม่เค้าก็เลยอมยิ้ม... 

แนนไปถึงสถานฑูตประมาณ 6 โมง 40 วันนี้คนไม่ค่อยเยอะนะ (เพราะแถวยังไม่ยาวถึงสะพานลอย) ไปถึงก็ไปยืนต่อคิวยาวๆ เจ้าหน้าที่ที่เดินตรวจเช็คแถวเค้าเห็นเอกสารของแนน เพราะแนนเอาฟิลม์เอกซ์เรย์ไปด้วย เค้าก็เลยบอกว่า "วีซ่าถาวรช่องซ้ายเลยครับ" ปรากฎว่าช่องทางด้านซ้ายมือไม่มีคนเลย (ดีจังแฮะ) 

ไปถึงห้องนั่งรอ: ห้องทีมีลักษณะคล้ายโรงพยาบาลมีเก้าอี้เยอะ ๆ และก็มีเสียงเรียกจากบัตรคิว แต่ต่างกันเพราะว่าที่นี่มีภาษาเขมรด้วย :D รอสักแป๊บเค้าก็เรียกให้เราเอาเอกสารไปให้ ตอนนั้นก็ประมาณ 7 โมงได้แล้ว คนที่มาสัมภาษณ์วีซ่าคู่หมั้นวันนี้มีไม่ถึง 10 คนค่ะ อืม ต้องเรียงเอกสารให้ครบเรียบร้อยนะคะไม่งั้นเจ้าหน้าที่อาจจะดุเราได้ คนข้างหน้าแนนโดนมาแล้วค่ะ 

หลังจากที่ยื่นเอกสารก็ไปนั่งรอ ดูข่าว เม้าท์ (ได้เพื่อนใหม่ค่ะ) แลกรูปดูกันบ้าง เพราะเอารูปมาเป็นอัลบั้มเลย แต่ใช้จริงๆแค่ 2-3 ใบเอง เป็นรูปที่ถ่ายด้วยกัน พอประมาณ 9 โมง 15 เจ้าหน้าที่ฝรั่ง อายุปานกลาง ตาโตมากๆ ก็เริ่มเรียกชื่อผู้สัมภาษณ์แล้วค่ะ (เอาล่ะสิใจเต้นตุ่บๆแล้วแนน) แต่ก็ดีใจค่ะที่ได้เห็นคนที่มาสัมภาษณ์แล้วได้วีซ่ากลับไป 

10 โมงเป๊ะ เจ้าหน้าที่คนเดิมก็เรียกชื่อเรา ขอบอกว่าตอนนั้นตื่นเต้นมั่กมาก พอไปถึงก็ยกมือสวัสดีเค้า เค้าก็ยกมือสวัสดีพร้อมกับตอบกลับมาว่า "ซาหวัดดีครับ คุณซาบายดีมั้ยครับ" แนน:"สบายดีค่ะ ขอบคุณค่ะ" หลังจากนั้นเค้าก็พูดว่า "เอานิ้วชี้ข้างซ้ายไปที่เครื่องสแกนนิ้วด้วยคราบบ" ด้วยความตื่นเต้นแนนก็ใช้นิ้วชี้ข้างขวาสแกนไป! :D เค้าบอกไม่ใช่คร้าบบ ใช้ข้างซ้ายครับ หลังจากนั้นค่อยข้างขวา เสร็จแล้วแนนก็ยืนรอค่ะ แล้วเค้าก็คืนเอกสารตัวจริงกลับมาให้เรา คลิปมาให้อย่างดีเลยทีเดียว แล้วเค้าก็ถามว่า

"คุณโทมัส อาศัยอยู่ที่ไหน" แนนตอบ"อยู่เทนเนสซี่ค่ะ เมืองเมมฟิส" 

แล้วเค้าก็ถามกลับมาว่า"แล้วคุณรุจิราชอบดนตรีมั้ยคร้าบบ?" อืม "ชอบค่ะ" หลังจากนั้นเค้าก็ถาม

"คุณโทมัสมาเที่ยวเมืองไทยครั่งล่าสุดเมื่อไหร่ครับ" "เมื่อเดือนที่แล้วค่ะ ประมาณ 3 สัปดาห์ค่ะ

ถามเสร็จก็ยื่นเอกสารมาให้เซ็นต์ และก็พูดว่า "You've got visa! Congratulations ;) พูดเหมือนรายการเกมส์โชว์เลย :D "พรุ่งนี้มารับวีซ่านะคร้าบตอนบ่าย 3 โมง" แนนก็ยกมือไหว้ขอบคุณเค้าค่ะ และเค้าก็บอกว่า ยินดีคร้าบบบ

แนนเดินยิ้มแก้มไม่หุบเลยค่ะทีนี้ 

ขอบคุณทุกคนมากค่ะที่เอาใจช่วย และเป็นกำลังใจให้
แนน

Thursday, March 2, 2006

K1-2006 จูน Feb24,06 รับ Mar02,06 @WA Lindaly



K1-2006 จูน Feb24,06 รับ Mar02,06 @WA  Lindaly

สัมภาษณ์ผ่านแล้วค่าพร้อมกับแขนทั้งสองที่โดนฉีดยาทั้งสองครั้ง

สวัสดีค่าพี่ ๆ หลังจากที่ได้เข้ามาเว็บนี้ จูนก็เกิดความั่นใจบางอย่างว่าสักวันจูนจะได้วีซ่ามากอดค่า และแล้วจูนก็ผ่านการสัมภาษณ์จริง ๆ โดยที่ไม่มีอะไรต้องแก้ไขหรือว่าทำใหม่ นอกจากก่อนวันสัมภาษณ์ที่จูนโดนไปตรวจสุขภาพอีกครั้ง ครั้งนี้ได้ลดราคาค่ะ แต่แพงกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะคุรหมอคุยกับจูนนานเป็นพิเศษ ไม่เหมือนครั้งก่อน คุณหมอชวนคุยเรื่องตลก ๆและเรื่องบางอย่างที่สถานทูตชอบแกล้ง (อันนี้คุณหมอว่ามาค่ะ) คุณหมอใจดีมาก ๆ เลยให้จูนฉีดยาอีกครั้ง อิอิอิ เจ็บมากค่ะ แต่ว่า ไม่ได้ตื้นเต้นหรือประหม่าเหมือนครั้งแรก เพราะคุณหมอใจดี ตลก 

พอวันรุ่งขึ้นจูนกะจะออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าค่ะ เพราะเห็นพี่ติ๊กออกจากบ้านประมาณโมงกว่า แล้วได้คิวตั้งห้าโมง จูนไปถึงสถานทุตประมาณโมงกว่า รถไม่ติดมาก แต่หน้าสถานทูตคนต่อคิวยาวค่ะ รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ว่ามีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าของจูนเป็นวีซ่าถาวรให่เข้าไปได้เลยช่องทางซ้าย ที่ไม่มีคนเลยค่ะ พอไปถึงด้านในหลังจากที่โดนยึดโทรศัพท์ไปแล้ว ก็งงค่ะว่า ไม่เห็นเหมือนที่คิดไว้ มีช่อง 3 ช่องด้านนนอกแล้วหน้าต่าง 5 อยู่ไหนหว่า ทำหน้า งง อีกรอบก่อนจะเข้าไปตั้งตัวที่ห้องน้ำเพราะความตื่นเต้นทำให้ปวดฉี่ค่า 

จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาคุยด้วยอีก โชคดีครั้งที่สอง เค้าบอกว่า เข้าไปด้านในเลยครับ พร้อมชี้แล้วยื่นเอกสารช่อง 5 พอเดินเข้าไปด้านในจูนก้งงอีก อ้าว ทำไมบางคนยืนบางคนนั่งบางคนต่อแถว ในหัวคิดก่อนหน้านั้นว่า คนคงเยอะมากต่อแถวกันเม แต่ว่าวันที่จูนไปกลับมีคนไม่ค่อยเยอะ สงสัยจะเช้ามากๆ ค่ะ แล้วจูนก็ไปถามผู้ชายแก่คนหนึ่งที่คิดว่าเป็นคนไทย เค้าทำหน้างง จูนเลยยิ้มให้เค้าแล้วไปถามคนอื่นน ต่อ เพราะว่าเค้าเป็นคนเขมรค่ะ เลยมีผู้ชายคนหนึ่งบอกว่าว่างัยคะน้องจูนเลยถามว่ายื่นเอกสารเลยเหรอคะ เค้าเลยว่า ใช่ค่ะ ยื่นแล้วหนูก็มานั่งรอนะครับ 

จากนั้นจูนก็ยื่นเอกสารค่ะ โชคดีที่ จูนทำ medical exam อีกครั้ง ทำให้หลักฐานครบเพราะ เค้าไม่คืนอันเดิมหรืออันใหม่ สงสัยเค้าจะไมได้เก็บไว้จริง ๆ หลักฐานส่งให้เค้าครั้งแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาอยู่ที่ ตอนเค้าบอกให้เขียนชื่อแฟน มือสั่นค่ะ เขียนไม่ออก ไม่ได้เวอร์ด้วยค่ะ อายมากกกกก ตัวหนังสือหงิก เพราะมือสั่น แถมยังเซ็นช้าอีก ไม่รู้ตอนนั้นเป็นยังไง สั่นมาก ๆๆๆ 

จากนั้นเค้าก้ให้รอเรียกสัมภาษณ์ ตอนนั้นหิวข้าวมากกกกกก ท้องร้องจ๊อกๆ ต่อมทอนซิลอักเสบแล้วยังปวดฟันเพราะฟันคุดงอกอีก แล้วก้ได้คุยกับคนที่มาสัมภาษณ์สองคนค่ะ ปรากาฏว่าหนึ่งในสองคนนั้นเป็นแฟนของเจ้านายแฟนจูนค่ะ เค้าสัมภาษณ์วันเดียวกัน เค้าจ้างทำค่ะ แพงมากเกือบแปดหมื่น แล้วเค้าก็ผ่านค่ะ กำลังจะแลกเบอร์กัน ก็มีคนเรียกชื่อจูนเป็นสำเนียงฝรั่งฟังไม่คุ้น ทำให้จูนงง ว่าอาจไม่ใช่จูนเค้าเรียก ถึงสามครั้งค่ะ จูนถึงรู้ว่าเค้าเรียกจูน เจ้าหน้าที่หล่อจริง ๆ ค่ะ confirm อีกคน และก็ท่าทางใจดีมาก เค้าถามจูนป็นภาษาไทยค่ะ แต่จูนงงฟังเค้าไม่ค่อยรู้เรื่องเราเลยคุยทั้งอังกฤษและไทยปน ๆ กันไป จูนว่าถ้าเค้าพูดอังกฤษอาจฟังง่ายกว่า แต่พูดไทยก็กันเองดีค่ะ 

คำถามมีว่า

1 คุณดิเรกอยู่ที่ไหนครับ washington ค่ะ
2.คุณกับคุณดิเรกพบกันกี่ครั้งครับ 3 ครั้งค่ะ
3.คุณกับคุณดิเรกพบกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ ตอนนี้จูนชะงักในหัวมีแต่คำว่า november ภาไทยอะไรหว่า โอ้ยยย นังจูนมาสับสนภาแม่ตัวเองอะไรตอนนี้ ออ้อ พฤศจิกายนค่ะ
4.คุณพบกับคุณดิเรกที่ไหนครับ พิษณุโลกค่ะ
แล้วเค้าก็พูดว่า ขอบคุณครับ 
จูน - เสร็จแล้วเหรอคะ
เจ้าหน้าที่ - ครับ(เซ้นอะไรสักอย่าง) สายตาจูนก้จ้องมงที่เอกสารที่อยู่ข้าง ๆเค้าที่มีคำว่า Approved แล้วก็ดูว่า ชื่อฉันรึปล่าวหว่า อึ๊ยยยย ใช่จริงด้วย ผ่านแน่ ๆเลย
จูน - เออ are you going to make an appointment for me on 27 feb?
เจ้าหน้าที่ - ครับ
จูน - could it be on the 2 march because i will be not available at all on 27 Feb?
เจ้าหน้าที่ - ohh yess of coase.. yes
จูน - thank you, so it means i pass, right? (พึ่งตระหนักว่าผ่านเร้อ)
เจ้าหน้าที่- อมยิ้มขำ ๆ ก่อนตอบว่า ครับ แล้วก็เซ้นต่อ อืมวันที่สองใช่มั้ยครับ
จูน -- ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ พร้อมไหว้ก่อนออกมา อ้อ วันนั้นจูนไหว้เค้าเกือบสามครั้งค่ะ ตอนเข้าไปสัมภาษณ์ ตอนเค้าบอกว่าผ่านและตอนที่เค้าเอาใบยื่นให้ แล้วเราลาเค้าออกมา 

จากนั้นก้ออกมาค่ะ กลับสารคามเพื่อเตรียมสอบ แล้วก็ ต้องกลับไปอีกวันที่สองมีนาคมค่ะ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2-3 ชั่วโมง เร็วมากกกก เพื่อนรอด้านนอกยังไม่ทันทำอะไรเลย 

ตอนนี้ก้ขอจรลีไปเตรียมตัวสอบค่ะ ขอบคุณเว็บนี้มาก ๆที่ให้โอกาสพบเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่น่ารักและคำแนะนำหลายๆ อย่างที่ดี ๆ ตอนนี้จูนจะขอเตรียมตัวสอบก่อนจะดำเนินเรื่องต่าง ๆ ต่อไป คงจะขออยู้บ้านนี้อีกนาน อย่าพึ่งเบื่อหน้าจูนนะคะทุกคน ๆๆๆๆ

Wednesday, February 22, 2006

K1-2006 ติ๊ก Feb22,06 กับการรอ 8 ชมในสถานทูต รับ Feb23,06 HI


K1-2006 ติ๊ก Feb22,06 กับการรอ 8 ชมในสถานทูต รับ Feb23,06 HI


เย้...ขอเย้ก่อนนะค๊ะ ได้วีซ่าแล้วค่ะ แต่กว่าจะได้นี่ซิ อย่างที่พี่ๆ บอก เปี๊ยบ!!!เลยค่ะ ต้องตรวจทุกอย่างให้แน่ชัดก่อน 

ของติ๊กวันนัดสัมภาษณ์วันที่ 22 กพ. 9 โมงเช้าค่ะ ไปตั้งแต่ 8 โมงไปถึงยื่นเรื่องประมาณ 9 โมง

จากนั้นรอเรียก เขาเรียกสัมภาษณ์ประมาณ 11 โมงกว่าค่ะๆ (เกือบติดเที่ยง) การสัมภาษณ์ก็คล้าย ๆ กับทุกคนล่ะค่ะ เจอแฟนยังไง ที่ไหน ครั้งสุดท้ายที่เขามาเยี่ยมคุณเมื่อไหร่ แล้วเขากำลังจะเซ็นต์ใบนัดมารับวีซ่า แล้วเขาก็หยุดค่ะ หยุดไปซะงั้นไอ้เราก็ใจตุ้มๆต่อมๆ มันต้องมีปัญหาแน่ๆเลย จากนั้นเขาก็ให้รอ 5 นาที จนเขาเรียกทุกคนหมดแล้วกำลังจะปิดหน้าต่างแล้วค่ะ เราเลยเดินไปถามเขาบอกให้รอแป๊ปหนึง แล้วก็มีผู้หญิงคนไทย เดินมาบอกว่า passport ของคุณสถานที่เกิดไม่ตรงกับใบสูติบัตร โอยยๆๆ อยากตายอุตส่าห์ เช็คอย่างดีแล้วนะดันผิด แล้วเขาบอกให้กลับมายื่นอีกทีวันจันทร์ พุธ ศุกร์ 

แล้ววันนี้ก็วันพุธแล้วต้องมาอีกทีก็วันศุกร์บ้านเราอยู่ต่างจังหวัดด้วยเลย เอาเว้ย....เลยไปที่กงศุลให้เขาแก้ไขให้อย่างที่พี่ตู่บอกเลยค่ะ 100 บาท+สำเนาทะเบียน+สำเนาบัตรประชาชน+สำเนาใบเกิด+สำเนาpassport 1 ชม.ผ่านไป(ไปนั่งทานข้าวเช้าที่กงศุลฆ่าเวลา) ตีรถแท็กซี่กลับมาสถานฯอีกที ปาเข้าไป2 โมงแล้วหวุดหวิดค่ะ แต่ทันเขารับเรื่องแล้วให้รอเรียก (อีกแล้ว) เขาเรียกอีกที 3.30 น. ได้ใบนัดมารับวีซ่าได้พรุงนี้ค่ะ โอยๆๆๆ thank god..

***ตอนนี้ได้วีซ่ามากอดแล้วค่ะ ติ๊กต้องขอขอบคุณทุกคนมากๆๆที่ให้คำแนะนำ คำปลอบใจ คำชื่นชมต่างๆ ที่บ้านนี้มีให้มันเป็นมิตรภาพที่ดีมากๆเลยค่ะ แล้วขอขอบคุณพี่ pooky ด้วยนะค่ะที่อุตส่าห์รอเป็นเพื่อนจนเรื่องเสร็จ (ลืมบอกไปว่าเราเจอกันที่สถานฯค่ะ) พี่ pooky น่ารักค่ะ หน้าเด็กด้วยค่ะ 

โชคดีนะค๊ะสำหรับคนที่กำลังง่วนเรื่องเตรียมเอกสาร K-1 ทุกท่านโชคดีจะเป็นของคุณค่ะ ติ๊กเอาใจช่วย 
ติ๊กจะบินวันที่ 1 ค่ะ ถึงฮาวายแล้วจะเข้ามาใหม่นะค๊ะ

กระทู้ ช่วยตรวจเอกสารให้ติ๊กหน่อยค่า.... viewtopic.php?p=31605#p31605
ได้เลื่อนวันนัดสัมภาษณ์แล้วค่า.....ดีใจมั่กมากๆ / Feb 2006 viewtopic.php?p=30511#p30511

Wednesday, February 15, 2006

K1-2006 แจง Feb14,06 รับ Feb15,06 @WA kquill

K1-2006 แจง Feb14,06 รับ Feb15,06 @WA  kquill 

หวัดดีค่ะ ทุกคน กลับมาแล้วค่ะ ได้วีซ่าแล้วค่ะ เมื่อวันที่ 14 กุมภา ออกจากบ้านตอน 5.30 am ถึงโน่นก็รออย่างเดียวเลยค่ะ เจ้าหน้าที่เรียกตอน 9.45 รอตั้งนาน พอเรียกเสร็จ ถาม 3 คำถามเองค่ะ
1. รู้จึกกันได้อย่างไร
2. เจอกันครั้งแรกเมื่อไร
3. แฟนมากี่ครั้ง

เสร็จแล้วก็สแกนนิ้วมือ แล้วก็บอกว่าให้มารับวันที่ 15 กุมภา ตอนบ่าย 3 โมง รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารเป็นฟิมล์เอกซเรย์ อันนี้ต้องเอาไปเมกา ด้วยมั้ยค่ะ 

ขอให้ทุกคนที่จะสัมภาษณ์โชคดีเหมือนแจงนะค่ะ แล้วจะเข้ามา ทักทายอีกค่ะ

โชคดีนะค่ะ

ขอบ คุณ ทุก ๆ คนมากนะค่ะ สำหรับกำลังใจ เป็นเพราะที่นี้ล่ะค่ะ ทำให้แจงไม่เหงา เหมือนมีเพื่อน อยู่ใกล้ๆ แจงคิดว่าพอไปโน้นแล้วคงได้มีโอกาสเข้ามาบ่อย ๆ อ่ะค่ะ แต่ไม่ทราบว่าจะคอมฯที่โน้นจะอ่านภาษาไทยและพิมพ์ไทยได้มั้ย คิดว่าไม่ได้ แน่ๆ เลยค่ะ แจงต้องทำไงบ้างค่ะ

แจงจะเดินทางวันที่ 21 กุมภานี้ค่ะ ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะค่ะ แล้วไงจะเข้ามาทักทายที่นี้บ่อย ๆ ค่ะ

และเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่จะไปสัมภาษณ์นะค่ะ แล้วก็ทุกคน ๆ เลย

Thursday, January 26, 2006

K1-2006 อิ๋ว Jan11,06 รับ Jan26,06 เป็น TB eiew

K1-2006 อิ๋ว Jan11,06 รับ Jan26,06 เป็น TB  eiew 


เพื่อนๆๆพี่ๆๆจำอิ๋วได้ใหมที่โพสถามเกี่ยวกับ TB นะค่ะ

หลังจากที่เราเอกสารจากทางโรงพยาบาลส่งไปสถานทูต ทางสถานทูตก็โทรมาบอกว่าใด้รับเอกสารแล้วไห้เอาพาสปอตมายื่นเพื่อขอรับวีซ่าใด้ แล้วเมื่อวานอิ๋วไปยื่นมาคุ่ะ และจะไปรับวีซ่าวันนี้บ่าย 3 โมงค่ะ

และคุณหมอสรุปผลเพาะเชื้อ TB หลังจากที่รอผล2เดือนว่าไม่มีเชื้อ TB ค่ะ ก็เลยเป็นเหตุผลที่ได้วีซ่ามั้งค่ะ แล้วก็กินยาในระหว่างที่รอผลตรวจด้วยค่ะ

ต้องขอขอบคูุณเพื่อนๆๆพี่ๆๆสมาชิกทุกคนมากๆๆค่ะ

อิ๋ว 

eiew wrote:
หมอวินิจฉัยว่าเป็น TB ค่ะ ผลเทสเสมหะไม่มีเชื้อ แต่ผลเทสที่ผิวหนังมีความป็นไปใด้สูงค่ะ และจะต้องรอผลเพาะเชื้ออีก 2 เดือน หมอให้ยามากินค่ะและจะตอ้งกินติต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน. หมอบอกว่าเราสมมารถรับการรักษาที่นี่หรือรับการรักษาที่ US ก็ใด้ เขาต้องการรู้ว่าถ้าเรามีเชื้อแล้วเรวทำการรักษาหรือเปล่า คุณหมอบอกว่าไม่เลวร้ายอะไรกินยา 6 เดือนก็หายเพราะว่าคาดว่าจะใด้รับเชื้อในระยะแรก ซึ่งถ้าปกติแล้วถ้าไม่ทำวีซ่าก็ไม่จำเป็นต้องรักษาเพราะว่าผลตรวจเสมหะไม่มีเชื้อแต่ในเมื่อทำวีซ่าและหมอวินจฉัยว่าคุณน่าจะเป็น TB จะต้องทำการรักษาค่ะ 

คือว่าจะต้องสัมภาษณ์วีซ่า วันที่ 11 ม.ค. แต่จะทราบผลเพาะเชื้อหลังวันสัมภาษณ์ แล้วจะมีผลในการสัมภาษณ์หรือเปล่าค่ะ.

Wednesday, January 25, 2006

K1-2006 แอน Jan 2006 ลูกซิติเซ่นที่ไทย (Jan25) DJandVipavee North Carolina, USA

K1-2006 แอน Jan 2006 ลูกซิติเซ่นที่ไทย (Jan25)  DJandVipavee North Carolina, USA

แอนไปสัมภาษณ์วีซ่ามาแล้วค่ะ และก็ได้วีซ่ามาเรียบร้อยแล้ว โล่งอกมากๆเลย นอนไม่หลับทั้งคืนเลย 
คิวสัมภาษณ์เป็นเวลา เก้าโมงเช้า ก็ไปถึงหน้าสถานทูตประมาณ หกโมง คนรอด้านหน้าเยอะมาก สักพักเจ้าหน้าที่ก็เดินมาประกาศว่า จะให้คนที่มีนัดสัมภาษณ์เฉพาะตอนเจ็ดโมงเช้าเข้าไปก่อน นอกนั้นให้รอด้านนอก เพราะฉะนั้น เพื่อนๆที่มีคิวสัมภาษณ์สายหน่อยไม่ต้องรีบไปก็ได้นะคะ 
แต่แอนโชคดีที่ว่า แฟนเข้าไปขอกับเจ้าหน้าที่ว่าขอเข้าไปก่อนได้ไหมเพราะ แอนท้องอยู่คงไม่สะดวกจะยืนรอข้างนอก เจ้าหน้าที่ก็ใจดีค่ะให้เข้าไปนั่งรอด้านในได้
เข้าไปที่หน้าต่างช่องที่ 5 ยื่นเอกสารเรียบร้อยก็ ไปนั่งรอ แอนยื่นเอกสารเป็นคนแรกค่ะ
นั่งรอไปจนกระทั่ง 9.30 เจ้าหน้าที่กงศุลก็เรียกชื่อไปที่หน้าต่าง 6 แล้วก็ถาม สองคำถามค่ะว่า เจอกับแฟนที่ไหน แล้วก็ แฟนมาเมืองไทยกี่ครั้งแล้ว แค่นี้เองค่ะ แล้วก็ สแกนนิ้วชี้ทั้งสองข้าง 
พรุ่งนี้ก็จะไปรับวีซ่าค่ะ ตอนบ่ายสามโมง
ทีนี้ก็เหลือแต่รอเจ้าตัวเล็กว่าเมื่อไหร่จะคลอด หมอบอกว่าภายในอาทิตย์หน้าเนี่ยแหละ หายตื่นเต้นเรื่องวีซ่าไปแล้ว แต่ยังมีเรื่องรอให้ตื่นเต้นอยู่
ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่บ้านนี้มากนะคะ ที่คอยให้ความช่วยเหลือ และให้กำลังใจมาตลอดเลย :FL: :FL: 
ป.ล.เอกสารที่เตรียมเป็นตัวจริงทั้งหมดค่ะ ไม่ได้แปลเลยซักอัน

ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนเลยนะคะ นี่ก็ไปรับวีซ่ามาตั้งแต่วันพฤหัสแล้ว ต้องเก็บรักษาให้ดีๆไม่งั้นเดี๋ยวอดไป ฮ่า ฮ่า
หลังจากที่ไปตรวจมาเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว หมอบอกว่าคงไม่เกินอาทิตย์นี้แน่ๆ แฟนก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันเลยค่ะ นี่ยังไม่ได้ดูเลยว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะลองซาวด์ดูแล้ว น้องเค้าอายเลยไม่ให้ดูอ่ะ ก็เลยเลือกชื่อไว้ทั้งชื่อผู้หญิงและผู้ชาย
ตอนนี้ก็พยายามเดินออกกำลังทุกวันค่ะ เพราะอยากคลอดง่ายๆ เอาไว้แอนเอารูปน้องมาให้เพื่อนๆรับขวัญกันอย่างแน่นอนค่ะ
ตอนนี้ต้องขอไปนอนก่อนนะคะ
ขอให้เพื่อนๆที่กำลังรอวีซ่าอยู่ได้รับข่าวดีเร็วๆค่ะ รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

Wednesday, January 18, 2006

K1-2006 เหน่ง Jan17,06 รับ Jan18,06 @TN การเดินทาง Neangy


K1-2006 เหน่ง Jan17,06 รับ Jan18,06 @TN การเดินทาง Neangy

จะมาเล่าประสบการณ์วันสัมภาษณ์ค่ะ
17/01/49 เวลา 01.00 am ไปรับคุณแฟนที่ Airport
05.00 am อาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปสถานทูต (นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินเวลา 06.00 (สถานีจตุจักร ไปลงที่สถานีลุมพินี)
ถึงสถานทูต 06.30 คิวยาวประมาณ 100 กว่าคน
07.00 am เข้าไปในสถานทูตโชคดีที่พอเดินเข้าไปที่ ช่อง 5 ก็มีเจ้าหน้าที่ เรียก ให้ Visa คู่หมั้นยื่นเอกสารเลยได้ยื่นเป็นคิวแรก จากนั้นก็นั่งรอ
09.00 am เจ้าหน้าที่ฝรั่งพยายามเรียกชื่อ+นามสกุล 2 ครั้งก็เรียกไม่ถูก คุณพี่แกเลยเรียกคู่หมั้น Mr .Kenneth ติดต่อ หน้าต่าง 6 แล้วคุณพี่ก็ถามแฟนว่าเพิ่งมาถึงเมื่อคืนใช่ไหม แฟนก้บอกว่าใช่ ยังไม่ได้นอนเลย แล้วคุณพี่แกก็หันมาถามว่าแฟนมาเมืองไทยกี่ครั้ง (3 ครั้งแล้วค่ะ) คบกับแฟนกี่ปีแล้ว (3 ปีกว่าค่ะ) จากนั้นก้ทำการ Scan นิ้วมือ แล้วคุณพี่ก็บอกว่าเก่งมาก แล้วแกก็ก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสาร ส่วนเราก็หันไปคุณกับแฟนว่าเดี่ยวเราก็ได้ไปกินข้าวกันแล้ว ...คุณพี่แกเงยหน้าข้นมาแล้วบอกว่าอย่าเพิ่งไปกินข้าว ...เอาบัตรนัดมารับ Visa วันพรุ่งนี้ ตอน 15.00 น. 
18/01/49 14.00 pm ไปถึงสถานทูต 15.00 pm เจ้าหน้าที่เรียกให้รับ Visa พร้อมอธิบายขั้นตอนต่างเสร็จสิ้น 16.00
21/01/49 06.00 am ส่งแฟนกลับ 36_1_4
UMmm....เขียนยาวจังหวังว่าคงอ่นรู้เรื่องนะค่ะ...ชีวิตกำลังสับสนพึ่งออกจากการเข้างานผลัดดึกมา แล้วเข้าไป Check Fiight ที่แฟนเดินทาง ปรากฎว่า Flight Canceled ตอนนี้แฟนยังติดอยู่ที่ Narita อยู่เลย น่าสงสารจัง

Neangy, เดินทาง K1-2006 เหน่ง จาก Dallas ไป Nashville,TN

Neangy, K1-2006 เหน่ง Jan17,06 รับ Jan18,06 @TN การเดินทาง

Thursday, January 12, 2006

จดหมายปะหน้า หรือว่า Cover letter สำหรับ I-129F

จดหมายปะหน้า หรือว่า Cover letter สำหรับ I-129F โดย nsorakul

ที่จริงนุชก็มีตัวอย่างแต่ไม่ทราบว่าเพื่อนๆเค้าทำกันอย่างนี้อะป่าวค่ะ
<petitioner’s name>
<petitioner’s address>
<petitioner’s phone>


United States Department of Homeland Security
U.S. Citizenship and Immigration Services
<service center address>

<today’s date>

Re: I-129F petition

Dear Sir or Madam:

Enclosed please find the Form I-129F, Petition for K-1 Fiancé[e] for <beneficiary’s name> and supporting documents as follows:

• Application fee - $<455>
• Form I-129F
• Form I-129F Supplement: Part B, Question 18, explanation of meeting in person
• Evidence of my US citizenship
• Form G-325A and photograph of the petitioner
• Form G-325A and photograph of the beneficiary
• Proof of having met in person within last 2 years
• Letters of intent to marry, petitioner and beneficiary
(อาจจะใส่รายการที่จะส่งเพิ่มลงไปค่ะ บางคนอาจจะมีใบหย่า,ใบเปลี่ยนชื่อม ฯลฯ เพิ่มค่ะ)

Copies of documents submitted are exact photocopies of unaltered documents and I agree to submit original documents to an Immigration or Consular officer at a later date, if required.


Yours truly,

<petitioner’s signature>

<petitioner’s name>

ถ้ายังไงลองให้เพื่อนๆคนอื่นๆที่มีประสบการณ์มา postให้อีกครั้งนะคะ




จดหมายปะหน้า หรือว่า Cover letter สำหรับ I-129F โดย yuyoo

ขอบคุณค่ะ

ก็อปปี้มาให้เพื่อนๆด้วยค่ะ เผื่อจะใช้นะคะ

I-129F Cover Letter

[PETITIONER
ADDRESS]

United States Department of Homeland Security
U.S. Citizenship and Immigration Services
[ADDRESS
OF YOUR
SERVICE CENTER]
[DATE]
Nature of the submission: I-129F ORIGINAL SUBMISSION
To Whom It May Concern:
Enclosed please find my Form I-129F, Petition for K-1 Fiancé[e] Visa for [BENEFICIARY NAME], and supporting documents.
Contents include:
- Payment in the amount of $ [PUT IN CORRECT FEE].
- I-129F
- I-129F Supplement: Part B, Question 18, explanation of meeting in person [ONLY IF USED ADDITIONAL SHEET]
- G-325A and passport style photo (Petitioner)
- G-325A and passport style photo (Beneficiary)
- Birth certificate/US Passport (Petitioner)
- Letter certifying intent to marry (Petitioner and Beneficiary)
- Proof of having met in person in the past two years
- Proof of ongoing relationship [if including]


Copies of documents submitted are exact photocopies of unaltered documents and I understand that I may be required to submit original documents to an Immigration or Consular officer at a later date.

Signed,
[PETITIONERS SIGNATURE]

ooMie, ตัวอย่าง Cover Letter of I-129F Petition for K1 http://www.usvisa4thai.com/board/viewto ... 11#p414011


I-129F Cover Letter โดย dewwe

Address :
Tel : 1
E-mail :

United States Department of Homeland Security
U.S. Citizenship and Immigration Services
P.O. Box 660151 Dallas, Texas 75266

........,2011

Nature of the submission : I-129F ORIGINAL SUBMISSION

To Whom It May Concern :

Enclosed please find the Form I-129F, Petition for K-1 Fiancé[e] for Miss P and
supporting documents as follows:

• Payment in the amount of $340.
• Form I-129F
• Form I-129F Supplement: Part B, Question 18, explanation of meeting in person
• G-325A and photograph of Mr. C
• G-325A and photograph of Miss P
• Form G-1145
• Evidence of my US citizenship
• Copy Passport of Mr. C and Miss P
• Copy Birth certificate of Mr. C and Miss P
(Thai & English Version) แฟนเป็นคนไทยค่ะ ได้สัญชาติที่โน้น
• Copy Certificate of divorce of Mr. C and Miss P
(Thai & English Version) เราหย่ากันมาทำวีคู่หมั้นค่ะ
• Letter certifying intent to marry of Mr. C and Miss P
• Proof of having met in person in the past two years :
1. Thai Immigration Stamp Record at Suvarnabhumi Airport/Thailand on June 00,2010 and December 00,2010 and January 00,2011 on Mr. C ‘s American Passport no.................
2. 5 pictures taken together

Copies of documents submitted are exact photocopies of unaltered documents and I understand that I may be required to submit original documents to an Immigration or Consular officer at a later date.

Your sincerely,

(Mr. C)

ขั้นตอนการยื่นเรื่อง K-3 วีซ่าจากประสบการณ์ของแนทค่ะ

ประสบการณ์ของข้องน้องแนท Miami ที่โพสไว้ที่บอร์ดเก่าค่ะ (บอร์ดเก่าได้ปิดไปแล้วน่ะค่ะ)

ขั้นตอนการยื่นเรื่อง K-3 วีซ่าจากประสบการณ์ของแนทค่ะ
จดทะเบียนสมรส
เอกสารที่แฟนต้องเตรียมมาเพื่อจดทะเบียนสมรสที่เมืองไทบ

  • ใบเกิด
  • พาสปอร์ต
  • ใบหย่า (ในกรณีที่เคยแต่งงานมาก่อน)
    เมื่อมีเอกสารพร้อมแล้วก็ไปที่สถานทูต (ในกรุงเทพ) หรือสถานกงสุล (ต่างจังหวัด) เพื่อให้สถานทูตออกใบรับรองโสดให้ โดยเสียค่าธรรมเนียม $ 30 USD
    เมื่อได้เอกสารแสดงความเป็นโสดของแฟนแล้วก็นำใบรับรองโสดมาแปลเป็นภาษาไทย และนำไปจดทะเบียนทีสำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ เจ้าหน้าที่จะให้เอกสารมา 2 ใบคือ
  • ใบทะเบียนสมรส
  • ใบสำคัญการสมรส
    หลังจากได้เอกสารทั้ง 2 มาแล้ว เราสามารถที่จะติดต่อแก้ไขนามสกุลในบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ได้ในวันเดียวกัน เพี่อใช้ในการเดินเรื่องขอวีซ่าต่อไป
    หลังจากที่จดทะเบียนสมรสแล้ว เราก็ไปติดต่อกรมการกงศุลแห่งประเทศไทยเพื่อที่จะเปลี่ยนนามสกุลในพาสปอร์ต สามารถรับเล่มได้ในวันเดียวกัน ค่าใช้จ่าย 100 บาท โดยเอกสารที่จะต้องเตรียมไปก็คือ
  • บัตรประชาชน และสำเนา
  • พาสปอร์ต
  • ใบทะเบียนสมรส
  • ใบสำคัญการสมรส
    แปลเอกสาร
    เอกสารที่เราจะต้องนำไปแปลและให้กรมการกงศุลประทับตรารับรองคือ
  • ใบเกิด
  • ใบทะเบีบนสมรส
  • ใบสำคัญการสมรส
  • ใบเปลี่ยนชือ ( ถ้าพ่อ หรือแม่มีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลก็ต้องนำไปแปลด้วย)
  • ทะเบียนบ้าน
    ค่าธรรมเนียมการแปลชุดละ 400 บาท เมื่อแปลเสร็จแล้วหากต้องการให้ส่ง EMS ไปให้ที่บ้าน เสียค่าธรรมเนียม 40 บาท
    กรอกแบบฟอร์ม และยื่นเอกสาร
    ในการยื่นเอกสารเพื่อทำวีซ่าคู่สมรส(K-3) นั้น จะแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนคือ
    1. ยื่นเอกสาร I-130 โดยเอกสารที่ใช้ประกอบด้วย

  • ใบเกิด ภาษาไทย / อังกฤษ
  • ใบเปลี่ยนชื่อ ภาษาไทย / อังกฤษ
  • ทะเบียนสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ
  • ใบสำคัญการสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ
  • ทะเบียนบ้าน ภาษาไทย / อังกฤษ
  • สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก และหน้าที่มีการเปลี่ยนนามสกุล
  • รูปถ่ายหน้าตรง สำหรับทำวีซ่า 2 ใบ
  • สำเนาใบหย่า
  • แบบฟอร์ม G325-A ของทั้งสองคน
  • สำเนาพาสปอร์ตของแฟน
  • ฟอร์ม I-130
  • สำเนาใบเกิดของแฟน
  • money order for I-130 ; $ 185 USD
    เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วก็ส่งเอกสารทั้งหมดไปที่ศูนย์ใกล้บ้าน ซึ่งจะมีบอกในแบบฟอร์ม I-130 หน้าที่ 3
    หลังจากนั้นรอประมาณ 2 สัปดาห์ ทางศูนย์ก็จะส่ง NOA1 ( Ntice of Action : I-797-C ) ซึ่งจะเป็นเอกสารที่แจ้งให้เราทราบว่าศูนย์ได้รับเรื่องของเราไว้แล้ว
    เราก็นำสำเนาของ NOA 1 นี้ไปประกอบการยื่นเอกสาร I-129F ต่อไป

2. ยื่นเอกสาร I-129F โดยเอกสารที่ใช้ประกอบด้วย

  • แบบฟอร์ม I-129F
  • Money Order $ 165 USD
  • NOA 1 ของ I-130
  • ใบเกิด ภาษาไทย / อังกฤษ
  • ใบเปลี่ยนชื่อ ภาษาไทย / อังกฤษ
  • ทะเบียนสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ
  • ใบสำคัญการสมรส ภาษาไทย / อังกฤษ
  • ทะเบียนบ้าน ภาษาไทย / อังกฤษ
  • สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก และหน้าที่มีการเปลี่ยนนามสกุล
  • รูปถ่ายหน้าตรง สำหรับทำวีซ่า 2 ใบ
  • สำเนาใบหย่า
  • แบบฟอร์ม G325-A ของทั้งสองคน
  • สำเนาใบเกิดของแฟน
  • สำเนาพาสปอร์ตของแฟน

เอกสาร I-129F ของวีซ่า K-3 นั้นให้ส่งไปที่
U.S. Citizenship and Immigration Service
P.O. Box 7128
Chicago, IL 60680-7128

Tuesday, January 10, 2006

K1-2006 ปาหนัน Jan10,2006 Panan

K1-2006 ปาหนัน Jan10,2006 Panan


ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำกำลังใจ ที่ทำให้ได้วีซ่ามากอด

ขอขอบคุณมาก ๆ สำหรับคำแนะนำ ช่วยเหลือและให้กำลังใจ ตอนนี้วีซ่า k-1 ผ่านแล้วเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน หลังจากที่รอคอยมานาน สาม เดือนตั้งแต่โพส บ้านเก่าจนมาบ้านใหม่ที่นี่ พี่ได้รับข้อมูล คำแนะนำและความช่วยเหลือด้วยดีตลอดมา
ขอบคุณ ทีมงาน usvisa4thai.com ที่ให้รู้จักเพื่อนทุกๆ คน
ขอบคุณน้องแพร์ ขอให้หายจากไข้ ไว ๆ พร้อม ดาร์ลิ่งด้วย
ขอบคุณ น้องติ๋ว น้องแนท ทั้งสองแนท น้องมาย น้อง bobbynarak น้องกุ้ง ตาโต น้องธันย่า คนสวย น้องหญิงและ น้องจอย ที่ไห้เบอร์โทร ติดต่อ ขอโทษด้วยยังไม่ได้โทรหาเลย
ขอบคุณน้องนก เราคงได้ปาร์ตี้กันบ้างที่ มิชิแกนนะคะ
ขอบคุณน้องปอนด์ น้องเรนนี่ และพี่ ๆ น้อง ทุก ๆ คน ขอโทษด้วยที่ไม่ได้เอ่ยนาม แต่ทุก ๆ คนอยู่ในใจของพี่ตลอด 
ตอนนี้ก็เริ่ม โอนถ่ายงาน และเตรียมทุก ๆ อย่าง และการเจรจาต่อรองกับสามีค่ะ คาดว่าจะได้บิน อีกประมาณ หนึ่งเดือนข้างหน้า

ขอบคุณอีกครั้ง
ปาหนัน



รวมสัมภาษณ์ K1 ของเพื่อนๆ ปี 2006 http://usvisa4thai.blogspot.com/2006/01/k1-2006_1.html

การขอวีซ่าครั้งที่ 2 กับคู่หมั้นคนเดิม- ระยะเวลาการขอครั้งที่ 2


แจมบ่อย

การทำวีซ่าครั้งที่ 2 กับคู่หมั้นคนเดิม

สรุป ง่ายๆเลยนะคะ คุณMeny ขอสองรอบก้อได้ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร ได้ง่ายกว่ารอบแรกอีกนะคะ ว่าแต่แฟนคุณยื่นเอกสารที่ศูนย์ไหน เพราะว่าแต่ละศูนย์ไม่เหมือนกันค่ะ ที่ Vermont วีซ่า รอบที่สองจะเร็วมาก เก๋ใช้เวลาแค่ ประมาณเดือนเดียว ได้ Notice ทั้ง 1 และ 2 เลยค่ะ ส่งไปที่เมืองไทย ก้อไม่นานนะคะ เร็วเวลาทั้งหมด ของเก๋ประมาณ 90 วันค่ะ เร็วกว่ารอบแรกมาก ๆ เพราะมีข้อมูลจากรอบแรก เดี๋ยวถ้ามีเวลามากๆ เก๋มาเล่าให้ฟังนะคะ มีอะไรถามได้ แอดมาได้นะคะ เดี๋ยวเก๋ต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวจะตกเครื่องค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ ได้แน่นอนค่ะ

ทำวีซ่า เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ตอน ที่ สถาทูตถามครั้งที่สอง เค้าจะให้เล่าว่าทำไมไม่แต่งงานครั้งแรก ทีแรกเก๋ไม่อยากแต่งค่ะ เพราะจอนเค้าเคยมีครอบครัวมาก่อน เก๋คิดไว้เลยว่ามันต้องมีปัญหาครอบครัวแน่นอน รักเราก้อรักนะคะ แต่ว่าเราต้องดูสถานการณ์ด้วย ถ้าดึงดันที่จะแต่ง ไม่แน่เวลา อาจจะช่วยทำอ่ะไรให้ดีขี้น แต่บางคน แต่งแล้วก้อมีปัญหา ให้คุณ Meny คิดมากๆไว้นะคะ ถ้าเค้ารักเรา เรารักเค้า ถึงมันจะมีปัญหา เราก้อยังหาทางแก้ได้ แต่มันต้องใช้เวลา 

มาถึงเรื่องสถานทูต เค้าให้เล่าว่าทำไมไม่แต่งตั้งแต่ครั้ง เก๋บอกไปว่า นัดวันแต่งแล้ว แต่พี่ชายสามีเสีย เค้าเสียใจมาก และไม่พร้อมที่จะมีพิธี แค่นี้วีซ่าก้อผ่านแล้ว เรื่องก้อคือ เก๋ โกหก สถานทูตค่ะ เพราะว่า จอน เขียนจดหมายยืนยันว่า พี่ชายตาย ส่งไปพร้อมกันยื่นเรื่องวีซ่าด้วย จอนต้องจำใจทำเหมือนกันค่ะ เพราะว่าเค้าก้อไม่อยากโกหก แต่ว่าเหตผล จริงๆคือ 90 วันมันไม่พอให้เราได้เรียนรู้กันและกัน แต่ว่ามันเป็นกฏ เราไม่อยากผิดกฏ เราก้อต้องหาเหตุผลที่มีน้ำหนักหน่อยค่ะ 

ถ้าสามีคุณเข้มแข็งนะคะ เมียเก่า ก้อคือเมียเก่าหนะคะ เค้าจะไม่มีทางเปลี่ยนสามีคุณได้หรอก ถ้าเค้ายืนยันว่าเค้ารักเรา ลูกอยู่กะใครก้อได้ ถ้าอยู่กะแม่ มาเยี่ยมพ่อบ่อยๆ ตามวันหยุดก้อได้ 

เอาใจช่วยนะคะ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีค่ะ เวลา ค่ะ เวลา จะเปลี่ยนอารมณ์ คนให้ใจเย็นลงได้เยอะเลยค่ะ เก๋รับรอง เพราะเก๋มีประสบการณ์มาก่อน

ระยะการทำครั้งที่ 2

หลังจากเก๋ กลับเมืองไทยแล้วเหรอค่ะ เดียวนะค่ะ ลองนึกดูก่อน 
Jan 2004 กลับเมืองไทย 
Feb - March จอนมาหา 
April ได้งานทำ จอนเริ่ม ทำเรื่องขอวีซ่าอีกครั้ง
May จอนมาหา และทำงาน NOA 2 ผ่านแล้ว
June ทำงาน มีเพื่อนเยอะแยะ ไม่อยากไป เมกา
July จอนมาหา เค้ารู้ว่าเก๋ยังไม่ไป รับคิวสัมภาษณ์
Aug ยังทำงานต่อ ค่ะ ไม่ค่อย อยากมาเมกาล่ะ สนุกมากขึ้น
Sep จอนบอกว่า ถ้าไม่ไปรับคิว จะโกรธมาก เค้าเสียใจที่เก๋ละเลย ก้อเลยไปรับเอกสารใบนัดสัมภาษณ์ 
Oct สัมภาษณ์แล้ว เดินทาง 

ทั้งหมดนี้เก๋ นับวันไม่ได้ ค่ะ เพราะ จำวันไม่ค่อยได้ เอาเป็นว่าเรื่องเก๋ ผ่านที่เมกา แค่เดือนเดียวค่ะ แต่ที่เมืองไทยต้องรอนานเพราะเก๋ไม่ไปรับคิวนัดสัมภาษณ์ แต่ว่าถ้าเรารับตั้งแต่ได้ใหม่ๆ ก้อคงไม่นานหรอกค่ะ 

ยังงัยก้อเอาใจช่วยนะคะ เนี่ยเดียววันศุกร์นี้เก๋กลับเมืองไทยแล้ว คงไม่ได้เข้าเวบนานหน่อย มีอ่ะไร ก้อถามเพื่อนๆในห้องนี้ได้นะคะ เพื่อนๆ น่ารักกันทั้งนั้นค่ะ อิอิ เก๋ ก้อน่ารักด้วย :FL:


Tue Jan 10, 2006 6:43 pm